สธ.คาดต้นเดือน พ.ค. ผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง-ยอดโคม่าเพิ่ม
กองระบาดวิทยา คาดหลังสงกรานต์ ต้นเดือน พ.ค. เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่แท้จริง เชื่อผู้ป่วยอาการหนัก ปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ พุ่ง เหตุวัยทำงานไม่แสดงอาการ พาเชื้อไปติดผู้สูงอายุ
นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เผยว่า สถานการณ์ติดเชื้อโควิดของไทย คาดว่าหลังเทศกาลสงกรานต์ 2-3 สัปดาห์ จะเห็นตัวเลขติดเชื้อที่แท้จริงปรากฏ คาดว่ากลุ่มผู้ป่วยอาการหนัก ปอดอักเสบ และใส่ท่อช่วยหายใจ จะเพิ่มมากขึ้น ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่พบคลัสเตอร์ระบาดขนาดใหญ่ จะมีเพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ขอให้ทุกคนที่กลับมาทำงาน ให้สังเกตตนเองและตรวจ ATK และงดการรวมกลุ่มต่างๆ
ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลของผู้เสียชีวิต 124 คนของวันที่ 18 เม.ย.2565 พบว่า 99% หรือ 123 คน เป็นกลุ่มคน 608 และพบว่ามีถึง 119 คนที่มีอาการปอดอักเสบ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 70 ปีขึ้น จึงน่าห่วงว่าช่วงสงกรานต์กลุ่มวัยทำงาน อาจพาเชื้อไปติดผู้สูงอายุ หลังสงกรานต์จะทำให้มีการป่วยหนักและเสียชีวิตมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มสูงอายุบางคนยังรับวัคซีนไม่ครบ อย่างไรก็ตาม ต้องกำชับ อสม. และ เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ให้เร่งทำความเข้าใจ และชักชวนให้ผู้สูงอายุมารับวัคซีนให้มากที่สุด
ปัจจุบัน ผู้สูงอายุที่ได้รับวัคซีนเข็มแรก ทั้งหมด 84% เข็ม 2 ได้รับ 79.6% และเข็ม 3 อยู่ที่ 39.4% ขณะที่ภาพรวมของการรับวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ประเทศไทยยังไม่ถึงตามเป้าหมาย 80% คาดว่าอยู่ที่ 50% เท่านั้น ส่วนที่เกรงกันว่า การระบาดหลังสงกรานต์จะกระทบ ต่อการประกาศให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่น ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะหากสถานการณ์การป่วยหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจไม่เพิ่มสูงมาก และอัตราการครองเตียง ซึ่งระบบสาธารณสุขยังรองรับได้ ก็จะยังไม่เปลี่ยนแปลง

