2 กรกฎาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » วิเคราะห์การค้าไทย 5 เดือน ทำไมขาดดุลถล่มทลาย 8.7 แสนล้าน  

วิเคราะห์การค้าไทย 5 เดือน ทำไมขาดดุลถล่มทลาย 8.7 แสนล้าน  

SHARE THIS

วิเคราะห์ภาวะการค้าไทย 5 เดือนแรก ขาดดุลการค้าสะสมสูงประวัติการณ์ 8.7 แสนล้าน เจาะลึกรายสินค้า-ตลาดส่งออก ไหนรุ่งไหนร่วง!

 

ส่องทิศทางเศรษฐกิจไทย! สถิติภาวะการค้าต่างประเทศช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ประเทศไทยเผชิญหน้ากับการ “ขาดดุลการค้า” สะสมพุ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์รวมเฉียด 8.75 แสนล้านบาท เหตุยอดนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และพลังงานเชื้อเพลิงโตกระฉูด โดยเฉพาะจาก”ประเทศจีน” ขณะที่ฝั่งส่งออกอุตสาหกรรมในเดือนพฤษภาคม ยังคงสดใส ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 สวนทางกลุ่มสินค้าเกษตรที่เกือบทุกรายการยังคงซบเซา สรุปครบจบที่นี่!

 

ภายหลังจาก นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติการค้าต่างประเทศสะสม 5 เดือนแรก (มกราคม – พฤษภาคม 2569) พบภาพรวมการส่งออกมีมูลค่า 162,085.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 17%) ขณะที่ยอดการนำเข้ามีมูลค่าสูงถึง 187,295.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 35.6%) ส่งผลให้ประเทศไทยขาดดุลการค้ารวมสูงประวัติการณ์ถึง 25,209.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 875,295 ล้านบาท

เปิดปมไทยขาดดุลประวัติการณ์

สนค. ระบุว่า สาเหตุหลักของการขาดดุลการค้าสะสมเกิดจากยอดการนำเข้าสินค้าประเภทวัตถุดิบและสินค้าทุนที่พุ่งสูงทำสถิติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่ยอดนำเข้าพุ่งสูงสุดขยายตัวถึง 45% และในเดือนพฤษภาคมยังนำเข้าอีกกว่า 40,044.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ยอดการนำเข้าที่สูงนี้ส่วนใหญ่เพื่อนำมาลงทุนและเป็นส่วนประกอบของห่วงโซ่การผลิต เพื่อแปรรูปเป็นสินค้าส่งออกกลับไปในอนาคต โดยสินค้าหลักที่ไทยเร่งนำเข้า ได้แก่:

 

  1. สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป: โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า ทรานซิสเตอร์ และแผงวงจรพิมพ์ ที่เติบโตรับวัฏจักรขาขึ้นของเทคโนโลยี
  2. สินค้าทุน: เช่น เครื่องจักรกล เครื่องจักรไฟฟ้า และส่วนประกอบที่ใช้ในภาคการผลิต
  3. สินค้าเชื้อเพลิง: พลังงานและน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่วนนี้ส่งผลกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงเนื่องจากไทยต้องแลกเงินบาทเป็นดอลลาร์เพื่อซื้อพลังงาน

ตาชั่งเอียงให้ จีน แต่ได้ดุลจากสหรัฐฯ

  • คู่ค้าที่ไทยขาดดุลมากที่สุด: คือ ประเทศจีน โดยในรอบ 5 เดือนแรกของปีนี้ ไทยขาดดุลการค้าสะสมให้จีนสูงถึง 36,631.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เฉพาะเดือนพฤษภาคม ขาดดุล 7,429.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สาเหตุหลักมาจากการนำเข้าเครื่องจักรไฟฟ้าและเครื่องจักรกล
  • คู่ค้าที่ไทยได้ดุลต่อเนื่อง: คือ สหรัฐอเมริกา โดยรวมช่วง 5 เดือนแรก ไทยเกินดุลการค้าสะสมกับสหรัฐฯ สูงถึง 26,976.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เฉพาะเดือนพฤษภาคม ได้ดุล 5,457.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

เจาะลึกรายกลุ่มสินค้า “รุ่ง” หรือ “ร่วง”

กลุ่มสินค้าที่ยังเติบโตได้ดี (รุ่ง)

  • สินค้าอุตสาหกรรม (ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 และ 5 เดือนแรกโต 9%): ได้อานิสงส์เต็ม ๆ จากกระแสความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center ทั่วโลก สินค้าเด่น ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์, โทรศัพท์และส่วนประกอบ, อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ), เม็ดพลาสติก, ทองแดงและผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม
  • สินค้าเกษตรกลุ่มศักยภาพโดดเด่น: ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง (ทุเรียนและเงาะโตตามฤดูกาล), อาหารสัตว์เลี้ยง, โกโก้ และสินค้าเกษตรมูลค่าน้อยแต่เติบโตแรง เช่น ถั่วเขียวผิวมัน กาแฟ และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์

กลุ่มสินค้าที่เผชิญภาวะหดตัว (ร่วง)

  • สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรภาพรวม (5 เดือนแรกหดตัว 9%): เฉพาะในเดือนพฤษภาคมหดตัวลง 7.2% เกือบทุกรายการกลับมาซบเซา ได้แก่:
    • ยางพารา: หดตัว 3% (หดตัวต่อเนื่องนาน 13 เดือน โดยเฉพาะในตลาดจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ)
    • เนื้อสัตว์และอาหาร: ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ (หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน), ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง (หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน), เนื้อและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้ (หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน)
    • สินค้าเกษตรแปรรูปอื่น ๆ: น้ำตาลทราย และ ไขมัน/น้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2
  • สินค้าอุตสาหกรรมบางประเภท: ยอดส่งออกรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รวมถึงไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ มีภาวะหดตัวลงในเดือนนี้

 

ส่องพิกัดรายประเทศ

จากการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของคู่ค้าท่ามกลางความกังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทานและสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตลาดส่งออกของไทยส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี โดยแยกเป็นกลุ่มได้ดังนี้:

  • ตลาดที่ขยายตัว (โต):
    • ตลาดหลัก (+2%): สหรัฐอเมริกา เติบโตโดดเด่นที่สุดถึง +33.5% (เด่นกลุ่มคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์), อาเซียน (5) ขยายตัว +29.7%, สหภาพยุโรป (27) ขยายตัว +18.4% (โตต่อเนื่อง 9 เดือน) และ ญี่ปุ่น ขยายตัว +11.7% (โตต่อเนื่อง 6 เดือน)
    • ตลาดรอง (+1%): ลาตินอเมริกา ขยายตัว +18%, ทวีปออสเตรเลีย +9.2%, รัสเซียและกลุ่ม CIS +7.8% และทวีปแอฟริกา +6.1%

  • ตลาดที่หดตัว (ร่วง):
    • ตลาดจีน: หดตัว -5% (กลับมาหดตัวจากกลุ่มคอมพิวเตอร์ มันสำปะหลัง และยางพารา)
    • ตลาดกลุ่ม CLMV: หดตัวรุนแรงถึง -1%
    • ตลาดเอเชียใต้และตะวันออกกลาง: หดตัวลง -6% และ -4.4% ตามลำดับ

 

กาง 3 ฉากทัศน์เป้าส่งออกปี 2569

นายนันทพงษ์ ระบุเพิ่มเติมว่า การที่ประเทศไทยมีความต้องการนำเข้าสินค้าในระดับสูงเช่นนี้ จะส่งผลกดดันให้ “ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง” เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากผู้ประกอบการไทยต้องเร่งแลกเงินตราไปซื้อพลังงานและวัตถุดิบ ทั้งนี้ สนค. ได้ประเมินและตั้งสมมุติฐานแนวโน้มการส่งออกไทยตลอดทั้งปี 2569 ไว้ 3 กรณี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ดังนี้:

  • กรณีดีที่สุด (ขยายตัว 8%): มูลค่ารวมจะอยู่ที่ 366,805 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 7 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ บนเงื่อนไขที่วัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี AI/Data center เติบโตทั้งปี สงครามในตะวันออกกลางยุติในไตรมาส 2 ดันให้ค่าระวางเรือกลับสู่ภาวะปกติ และเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องช่วเพิ่มความสามารถด้านราคา
  • กรณีพื้นฐาน/ฐานกลาง (ขยายตัว 3%): มูลค่ารวมอยู่ที่ 349,824 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รักษาระดับเติบโตได้แม้ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ แต่อุปสงค์เทคโนโลยียังช่วยซับความผันผวนไว้ได้ ขณะที่ช่วงปลายปีอาจเผชิญแรงกดดันจากการชะลอคำสั่งซื้อเพื่อรอดูนโยบายภาษีสหรัฐฯ
  • กรณีเลวร้าย/ต่ำที่สุด (หดตัว -3%): มูลค่ารวมลดลงเหลือ 329,446 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกิดจากปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น ค่าระวางเรือพุ่งสูง มาตรการกำแพงภาษีสหรัฐฯ ขยายวงกว้าง วัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ชะลอตัวในครึ่งปีหลัง และเงินบาทกลับมาแข็งค่าซ้ำเติม

 

📌  ติดตาม “The Facts News ข่าวจริง” ได้ทุกช่องทาง:

#ไทยขาดดุลประวัติการณ์ #ภาวะการค้าไทย #ส่งออกไทย #นำเข้าสินค้า #กระทรวงพาณิชย์ #สนค #นันทพงษ์จิระเลิศพงษ์ #ดุลการค้าไทยจีน #สินค้าส่งออก #เศรษฐกิจไทย #เดอะแฟกต์นิวส์ #TheFactsNews #ข่าวจริง


SHARE THIS