ผู้ว่ากทม. ชงตำรวจ เพิ่มกล้อง AI ติด 20 แยกจราจร จับรถฝ่าฝืนกฏ
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน ถึงแนวทางการแก้ปัญหาฝ่าฝืนกฏจราจร โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ หลังเกิดเหตุเศร้า บิ๊กไบค์ชนหมอกระต่าย ซึ่งชี้ต้องขยายการ จับ ปรับ ถึงเปลี่ยนจิตสำนึกการใช้รถใช้ถนนให้ได้ โดยระบุว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับรถที่ยังฝ่าฝืนกฎจราจร อาจแก้ไม่ได้ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ บริเวณแยกอโศกที่มีปัญหาการฝ่าฝืนกฎจราจรเป็นจำนวนมาก ซึ่งแม้ว่า กทม.พยายามจะใช้เป็นต้นแบบของความปลอดภัยทั้งคนข้ามถนน และผู้ใช้รถ โดยการปรับสภาพพื้นผิวทางเท้า ถนน และทางเชื่อมต่อให้สะดวกต่อคนข้ามถนนทุกกลุ่ม และปรับปรุงทางม้าลายให้ด้วยการทาสีแดงให้เด่นขึ้น ขยายช่องจอดของรถจักรยานยนต์เพื่อรอสัญญาณไฟแดง เพิ่มไฟส่องสว่าง
แต่กลับพบว่ายังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนได้จริง โดยมีผู้ฝ่าฝืนตั้งแต่เริ่มโครงการจับปรับด้วยเทคโนโลยี AI วันที่ 1 ม.ค. 65 กว่า 25,000 ราย หรืออาจเฉลี่ยวันละ 1,000 ราย ซึ่งแม้จะมีที่จอดติดไฟแดงเหลือว่างมากมาย แต่ก็ยังมีการจอดทับทางม้าลาย ดังนั้น การแก้ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ “การแก้จิตสำนึกของผู้ใช้รถใช้ถนน” โดยใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น และใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้น้อยลง
เมื่อมีคนจอดรถทับทางม้าลายจะไม่มีตำรวจเรียกรถเพื่อจับปรับ แต่จะใช้กล้องวงจรปิดเทคโนโลยี AI เป็นตัวช่วยจับรถยนต์รถจักรยานยนต์ที่ยังจอดทับเส้น โดยกล้องจะสแกนแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ มีหลักฐานภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ส่งไปที่สถานีตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจจับปรับตามกฎหมาย ออกใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ส่งไปถึงหน้าบ้านเลย เป็นการใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยบังคับใช้กฎหมายได้ 100%
“วิธีการนี้จะทำให้ผู้ที่ชอบฝ่าฝืนเกิดความเกรงกลัว และหากเกิดขึ้นหลาย ๆ แยกของ กทม. จะทำให้สามารถปรับพฤติกรรมหมู่ใน กทม. หากใช้ได้ผล กทม.ก็จะผลักดันให้ถูกนำไปใช้แก้ไขปัญหาในทุกแยกและทุกทางม้าลายทั่วกรุงเทพมหานครอีกต่อไป โดยในวันที่ 28 ม.ค.65 กทม.จะนำเสนอโมเดลนี้ให้กับทางตำรวจให้นำมาใช้เพิ่มเติมอีก 10-20 แยก และอีกหลาย ๆ ทางข้าม รวมทั้งเตรียมขยายต่อให้เกิดขึ้นอีกหลาย ๆ แยกใน กทม. ในอนาคต เพื่อที่จะทำให้เกิดการ “จับ” “ปรับ” และเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ที่ฝ่าฝืนวินัยการจราจรให้ได้”

