ผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาลรัฐธรรมนูญ ชะลอเลือกนายกฯ 27 ก.ค.ไปก่อน
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาลรัฐธรรมนูญ ชะลอเลือกนายกฯ 27 ก.ค. ไปก่อนจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย หลังมีคำร้องปมเสนอชื่อ “พิธา” ซ้ำ
จากกรณีที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกรัฐสภาและประชาชน 17 คำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตีความกรณีที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2566 ลงมติวินิจฉัยว่าการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภา เพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นญัตติ ซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 ซึ่งกำหนดว่าญัตติที่ตกไปแล้วห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นเสมออีกในสมัยประชุมเดียวกัน แต่มีข้อสงสัยจากนั้นฝ่ายว่าการดำเนินการของรัฐสภากรณีนี้ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2566 พ.ต.ท.กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงผลที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่อง การขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความกรณีรัฐสภาลงมติวินิจฉัยว่าการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำ ถือเป็น “ญัตติ” ที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 นั้น เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพหรือไม่เห็น
โดยระบุว่า การดำเนินการเพื่อให้ความเห็นชอบรายชื่อเป็นการกระทำตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ไม่ใช่เป็นกรณีที่ต้องปฏิบัติเสนอญัตติตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 41 การเสนอชื่อรายชื่อบุคคลผู้ที่ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ มีการกำหนดไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญและในข้อบังคับ ซึ่งคนละหมวดกับการเสนอญัตติเข้าที่ประชุมรัฐสภา ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีมติร่วมกันให้ยื่นเรื่องต่อศาลธรรมนูญเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นการดำเนินการของรัฐสภาในวันที่ 19 ก.ค. ถือว่าเป็นหน่วยงานที่ใช้อำนาจรัฐ และมีการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ จึงมีมติยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความ มาตรา 88 /159 และ 272
ส่วนประเด็นที่สอง ผู้ตรวจการแผ่นดินได้พิจารณาคำร้องของผู้ร้องเรียน เพื่อขอให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดวิธีการ ชั่วคราวเพื่อชะลอให้ความชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาแล้ว เห็นว่าหากให้การพิจารณาหรือคัดเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศ
ผูัตรวจการแผ่นดินจึงมีความเห็นชอบร่วมกันด้วยกับผู้ร้องยื่นให้ ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดวิธีการชั่วคราวเพื่อชะลอการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่าการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำในวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ เพื่อให้ทันก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 27 ก.ค. 2566 เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดคำร้องให้ครบถ้วนสมบูรณ์และถูกต้อง
อนึ่ง ในวันที่ 27 ก.ค.นี้ กำหนดการเดิมที่จะมีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นั้น จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน แต่ยังมีการประชุมรัฐสภาปกติวาระที่พรรคก้าวไกลยื่นเสนอแก้ไขมาตรา 272

