6 กันยายน 2026
Home » ข่าวเด่น » UN เตือน”ซูเปอร์เอลนีโญ”ลากยาวถึงปี 70 โลกร้อนสุดในประวัติศาสตร์

UN เตือน”ซูเปอร์เอลนีโญ”ลากยาวถึงปี 70 โลกร้อนสุดในประวัติศาสตร์

SHARE THIS

UN-WMO เตือนภัยขั้นสูงสุด! ยืนยันเกือบ 100% โลกจ่อเผชิญ “ซูเปอร์เอลนีโญ” รุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ กระทบยาวถึงปี 2570

 

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ The independent รายงานว่า องค์การสหประชาชาติ (UN) และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ออกแถลงการณ์เตือนภัยสภาพอากาศระดับสากล โดยระบุว่าโลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ขนาดใหญ่พิเศษ หรือ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Supersized El Niño) ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปรากฏการณ์นี้มีแนวโน้มจะสร้างความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ภัยแล้ง คลื่นความร้อนขั้นรุนแรง รวมถึงวิกฤตราคาสินค้าเกษตรและอาหารพุ่งสูง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกยาวนานต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570

 

 

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ชี้ว่าโลกกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและอุณหภูมิโลกที่ไต่ระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าสภาวะนี้อาจผลักดันให้ ปี 2570 กลายเป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

 

สถิติอุณหภูมิผิวน้ำทะเลพุ่งทุบสถิติ

  • ดัชนีนีโญ 4 (มหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน): ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากระดับสูงกว่าปกติ 1.5 °C ในช่วง พ.ค.-ก.ค. พุ่งขึ้นเป็น 2.0 °C ในเดือน ก.ค. และแตะระดับ 2.2–2.6 °C ในช่วงกลางเดือน ส.ค.
  • อุณหภูมิใต้ผิวน้ำ: บางพื้นที่ของแปซิฟิกเขตร้อนมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 8 °C ในช่วงเดือน ก.ค. ถึงต้นเดือน ส.ค.
  • สถิติอุณหภูมิผิวน้ำทะเลโลก (Copernicus): เมื่อวันที่ 22 ส.ค. อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกพุ่งแตะ 1 °C ทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เดิมที่ 21.09 °C ในปี 2567 และสูงกว่าสถิติเดือน ส.ค. ในปี 2566 (20.98 °C) อย่างผิดปกติ

 

ผลกระทบต่อภูมิอากาศ และค่าครองชีพ

  1. สภาพอากาศแปรปรวนรายภูมิภาค: ในช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย. พื้นที่บนบกเกือบทั่วโลกมีโอกาสเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าปกติ นอกจากนี้ยังอาจเกิดปรากฏการณ์ไดโพลมหาสมุทรอินเดียระยะบวก ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบฝนและอุณหภูมิแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค

 

  1. แรงกดดันต่อราคาสินค้าอาหาร: การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารอย่างหนัก ย้อนกลับไปช่วงเอลนีโญปี 2566-2567 ราคากาแฟนำเข้าจากบราซิลเคยพุ่งสูงขึ้นถึง 77% และราคาเมล็ดโกโก้จากไอวอรีโคสต์ปรับตัวสูงขึ้นถึง 2 เท่า ตัวอย่างเช่น สหราชอาณาจักรต้องนำเข้าอาหารกว่า 1 ใน 4 จากภูมิภาคที่เสี่ยงได้รับผลกระทบหนักจากเอลนีโญ

 

มาตรการและการรับมือระดับสากล

 

นางเซเลสเต เซาโล เลขาธิการ WMO เน้นย้ำว่าความรุนแรงของภัยคุกคามครั้งนี้จำเป็นต้องได้รับการตอบสนองอย่างเร่งด่วน โดย WMO ได้เดินหน้าระดมความร่วมมือกับหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติทั่วโลก เพื่อยกระดับระบบพยากรณ์และระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning Systems) เพื่อปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และวิถีการทำมาหากินของประชาชนทั่วโลก

 

 

ช่องทางติดตามข่าวสาร The Facts News ข่าวจริง:

 

 

#ซูเปอร์เอลนีโญ #เอลนีโญ #UN #WMO #โลกร้อน #ภัยแล้ง #น้ำท่วมใหญ่ #วิกฤตอาหาร #สภาพอากาศแปรปรวน #TheFactsNews #เดอะแฟกต์นิวส์ #ข่าวจริง

 


SHARE THIS