คนไทยลุ้นเสียภาษี e-service 7% เฟซบุ๊ค-กูเกิล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศ ที่ไม่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยและมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เข้ามาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ตามกฎหมายอี-เซอร์วิส กับสรรพากรแล้ว 37 ราย โดยมีทั้งรายเล็กรายใหญ่ประกอบกัน โดยมีรายใหญ่ที่คนไทยรู้จักดี เช่น Netflix ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ Google และ Facebook โซเชียลมีเดียชื่อดัง บริการประชุมออนไลน์ Zoom และ Microsoft รวมถึงอีคอมเมิร์ซระดับโลก Amazon ส่วนรายอื่นยังไม่ได้รับการยืนยันแต่คาดว่าจะทยอยเข้ามายื่นจดทะเบียนเช่นกัน เพื่อให้เริ่มเก็บภาษีได้ทันวันที่ 1 ก.ย.นี้ โดยกรมสรรพากรคาดว่ามีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีกว่า 100 ราย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การเก็บภาษี อี-เซอร์วิส จะเริ่มวันที่ 1 ก.ย.64 เป็นต้นไป โดยจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เฉพาะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศ ไม่เก็บกับผู้ประกอบการไทย หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ โดยมีบริการออนไลน์ที่ถูกเก็บภาษีอยู่ 5 ประเภท ประกอบด้วย 1.ธุรกิจแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เปิดให้ซื้อขายผ่านออนไลน์ 2.ธุรกิจที่มีรายได้จากค่าโฆษณา 3.ธุรกิจตัวกลางที่เป็นเอเย่นต์จำหน่ายสินค้าและบริการ เช่น จองโรงแรม ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน 4.ธุรกิจตัวกลาง อาทิ บริการเรียกแท็กซี่ ฟู้ดเดลิเวอรี่ ซึ่งการเรียกเก็บค่าจีพีจากร้านค้า และ5.ธุรกิจที่มีรายได้จากการบอกรับสมาชิก เช่น บริการดูหนัง ฟังเพลง หรือเกมออนไลน์
ส่วนประเด็นที่มีผู้เป็นห่วงจะมีการผลักภาระภาษีให้ผู้บริโภคนั้น จากการติดตามข้อมูลการเก็บภาษีอีเซอร์วิสจาก 60 ประเทศ พบว่ามีทั้งการผลักภาระ และไม่ผลักภาระภาษีให้ผู้บริโภค เช่น หากเป็นธุรกิจที่แข่งขันกันสูงบริษัทอาจยอมเสียภาษีเองเพราะกลัวจะเสียลูกค้า แต่ถ้าธุรกิจรายใหญ่ ๆ ที่ไม่มีคู่แข่งก็อาจจะให้ผู้ซื้อผู้ใช้บริการเป็นคนเสียภาษีเอง หรือบางรายอาจแบ่งเสียภาษีกันคนละครึ่ง ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท รวมถึงสภาพการแข่งขันทางการค้า

