ผีพนันบอลโลกคึก คาดสะพัด 5.7 หมื่นล้าน แต่เงินใช้จ่ายจริงแค่ 1.8 หมื่นล.
ม.หอการค้า คาดศึกบอลโลกปีนี้ ทำเงินสะพัด 7.5 หมื่นล้านบาท แต่เป็นการเล่นพนันถึง 5.7 หมื่นล้านบาท ส่วนการจับจ่ายใช้สอยเพียง 1.85 หมื่นล้านบาท
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยถึงพฤติกรรมการเล่นพนันบอลในช่วงฟุตบอล WORLD CUP 2022ว่าสัดส่วนของผู้เล่นพนันฟุตบอลในช่วงฟุตบอล World cup 2022 คาดว่าจะสะพัดกว่า 57,253 ล้านบาท สูงสุดในรอบ8ปีนับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี2006 แต่จำนวนผู้เล่นการพนันลดลงนับตั้งแต่ปี2018 โดยเงินที่ผู้เล่นพนันฟุตบอล แต่ละครั้งมีตั้งแต่ 500 บาท ถึง 50,000 บาทต่อครั้ง
สำหรับรูปแบบในการเล่นการพนันบอลพบว่า จะเล่นด้วยเงินสด79%และแหล่งที่มาของเงินที่ใช้จ่ายค่าพนันบอล มาจากเงินเดือน 57% พฤติกรรมการเล่นพนันฟุตบอลของคนรู้จักพบว่า เช่นเฉพาะทีมที่ชอบ 59% เล่นทุกนัด 36% โดยสาเหตุที่เล่นการพนันส่วนใหญ่ตอบว่ารางวัลจากการพนัน รองลงมาเป็นความสนุก การชักชวนของเพื่อนและเป็นแฟชั่น ส่วนช่องทางในการเล่นการพนันพบว่าส่วนใหญ่เล่นผ่านช่องทางออนไลน์มากถึง70%
“การเล่นพนันฟุตบอลโลกเพิ่มขึ้น 25%นับตั้งแต่บอลยูโรปี 63 ทั้งแบบที่ตั้งใจเพื่อผลรางวัล และเล่นเพื่อเป็นแฟชั่น แต่ทั้งนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษาที่เข้ามาเล่นการพนันนี้อาจจะเสียอนาคตได้ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามเว็บการพนันต่างๆในช่วงฟุตบอลโลกนี้เพราะอาจจะเกิดปัญหาอาชญากรรม ปัญหาหนี้สินตามมาได้”
นายธนวรรธน์ ยังเผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย ของประชาชนในช่วงฟุตบอล World cup 2022 ว่า คาดจะมีเงินสะพัดจากการใช้จ่ายไม่รวมการพนันประมาณ 18,500 ล้านบาท เป็นการเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2016 และน่าจะมีผลช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ขยายตัว 4-4.5% มีเม็ดเงินสะพัด 35,000 ล้านบาท ส่งผลให้จีดีพีทั้งปีขยายตัวตามเป้าที่3-3.5%
“การใช้จ่ายมาจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและสังสรรค์ 15,519 ล้านบาท ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์รับสัญญาณ2,301 ล้านบาท และค่าใช่จ่ายอื่นๆอีก 1,756 ล้านบาท และหากรวมการใช้จ่ายนอกระบบเศรษฐกิจ อย่างพนันบอล 57,253 ล้าบาท รวมทั้งสิ้นจะมีเงินหมุนเวียนในระบบ 75,815 ล้านบาท แต่หากกรณีไม่มีการถ่ายทอดสดก็จะทำให้เงินหายไปในระบบเศรษฐกิจ 5,000-10,000 ล้านบาท”

