21 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » สะอึก ไทยขาดดุลหนัก 9 เดือน ทะลุ 6.2 แสนล้าน ส่งออก ก.ย.65 โต 7.8%

สะอึก ไทยขาดดุลหนัก 9 เดือน ทะลุ 6.2 แสนล้าน ส่งออก ก.ย.65 โต 7.8%

SHARE THIS

สะอึก ไทยยังขาดดุลหนัก 9 เดือน ทะลุ 6.2 แสนล้าน ส่วนยอดส่งออกเดือนก.ย.65 ยังโต 7.8% บวก 19 เดือนติด คาดทั้งปี โตทะลุเป้า 8% ได้เห็นแน่

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เผยว่า การส่งออกในเดือนก.ย.65 ยังขยายตัวต่อเนื่อง มีมูลค่า 24,919 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.8% บวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 19 คิดเป็นเงินบาท 888,371 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้าเดือนก.ย.65 มีมูลค่า 25,772 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.6% คิดเป็นเงินบาท 929,731 ล้านบาท  ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 853 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 41,360 ล้านบาท

 

สำหรับยอดส่งออกรวม 9 เดือนปี 65 (ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่า 221,366 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.6% คิดเป็นเงินบาท 7.52 ล้านล้านบาท ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 236,351 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.7% คิดเป็นเงินบาท 8.14 ล้านล้านบาท ขาดดุลการค้ารวม 14,984 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 624,784 ล้านบาท โดยสาเหตุที่ทำให้ขาดดุลสูง เนื่องจากไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันมาจำนวนมาก ส่งผลให้ขาดดุลเช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศ อย่างไรก็ตามแนวโน้มการขาดดุลมีทิศทางลดลง เพราะเดือนนี้ขาดดุลเหลือ 4 หมื่นล้านเศษ น้อยกว่าเดือนก.ค.และส.ค.ที่ขาดดุลมากกว่าแสนล้านบาท

 

“ปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการส่งออก เนื่องจากโลกกำลังกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และใช้ชีวิตในภาวะปกติ หลังการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ได้ทำแผนเชิงรุกเพิ่มกิจกรรมการตลาดอีกเท่าตัวทำให้การส่งออกดีขึ้น เช่น อัญมณี สิ่งทอ ส่วนภาวการณ์ขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้การส่งออกรถจักรยานยนต์และรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กลับมาผลิตได้ และที่สำคัญการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ทำให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรไปแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น โดยเฉพาะข้าวที่ปีนี้จะทำได้เกินเป้าหมาย 7 ล้านตัน”

 

นายจุรินทร์กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะยังเติบโตได้ดี และการส่งออกยังจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป และหลังจากประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่าการส่งออกทั้งปีจะทำได้เกินไปกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4% โดยน่าจะเกินกว่าเป้าไม่น้อยกว่า 1 เท่าตัว หรือประมาณ 8%

 

สำหรับตลาดส่งออกที่ขยายตัว 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 70% 2.สหราชอาณาจักร เพิ่ม 51.5% 3.ซาอุดิอาระเบีย เพิ่ม 36.7% 4.ซีแอลเอ็มวีเพิ่ม 26.3% 5.สหรัฐฯ เพิ่ม 26.2% 6.สหภาพยุโรป เพิ่ม 18.0% 7.ทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 15.5% 8.แคนาดา เพิ่ม 10.6% 9.อาเซียนเพิ่ม 9% และ 10.ลาตินอเมริกา เพิ่ม 6.3%ส่วนตลาดจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แอฟริกา รัสเซีย หดตัว

 

ส่วนการค้าชายแดนกับ 4 ประเทศ ในรอบ 9 เดือน กับมาเลเซีย กัมพูชา ลาว และเมียนมา เดือนก.ย.65 การส่งออกมีมูลค่า 57,017 ล้านบาท เพิ่ม 7.2% และยอดรวม 9 เดือน มูลค่า 489,940 ล้านบาท เพิ่ม 19.3% โดยปัจจัยที่ทำให้ค้าชายแดนเพิ่มขึ้นมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้การส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไทยไปเมียนมา และลาวมีมูลค่าสูง ส่วนการส่งออกผ่านแดนไปจีน เวียดนาม และสิงคโปร์ มีมูลค่า 34,036 ล้านบาท ลดลง 22.9% รวม 9 เดือน มูลค่า 283,962 ล้านบาท ลดลง 23%


SHARE THIS