ชักหน้าไม่ถึงหลัง คนไทยหนี้ครัวเรือนท่วม 5 แสน สูงสุดรอบ 16 ปี
ผลสำรวจ หนี้ครัวเรือนปี 65 พุ่ง 5 แสนบาทสูงสุดรอบ 16 ปี ส่วนใหญ่กู้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หลังค่าครองชีพสูง รายได้หด กระทบการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยถึงผลการสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยทั่วประเทศในปีนี้ จากกลุ่มตัวอย่าง 1,350 ตัวอย่าง ว่า ผู้ตอบ 99.6% ระบุมีหนี้ มีผู้ตอบเพียง 0.4% ที่ไม่มีหนี้ โดยกลุ่มที่มีหนี้ มียอดหนี้เฉลี่ยสูงถึง 501,711 บาท มากสุดรอบ 16 ปี ผ่อนชำระเดือนละ 12,801 บาท โดยหนี้ครัวเรือนดังกล่าว เป็นหนี้ในระบบ 78.9% ซึ่งมีหลักประกันหนุนหลัง เช่น รถยนต์ โฉนดที่ดิน วางค้ำประกัน ถือเป็นเรื่องดีที่ไทยมีสินเชื่อในระบบให้กับประชาชนมากขึ้น ขณะที่หนี้นอกระบบมีเพียง 21% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
สำหรับประเภทของหนี้ครัวเรือน สัดสวนสูงถึง 56.4% เป็นหนี้ส่วนบุคคล เช่น การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค รองลงมา 54.4% เป็นหนี้จากบัตรเครดิต, 49.6% ยานพาหนะ, 49.2% ประกอบธุรกิจ, 37.5% การศึกษา และ35.7% ที่อยู่อาศัย ส่วนสาเหตุของการก่อหนี้มาจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ผ่อนสินค้ามากเกินไป ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากไป และซื้อสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ตอบ 65.9% เคยผิดนัดการผ่อนชำระ เพราะรายได้ลดลง เศรษฐกิจไม่ดี และค่าครองชีพที่ไม่สอดคล้องกับรายได้ จึงเสนอแนะภาครัฐ ให้จัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้ความรู้เรื่องการบริหารหนี้ ฝึกอบรมอาชีพเพิ่มทักษะในการประกอบอาชีพ ฯลฯ ส่วนปัญหาหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ยังไม่น่ากังวล เพราะสถาบันการเงิน ต่างตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ และการติดตามหนี้ในระบบ มีกระบวนการไกล่เกลี่ยตามกลไกปกติ
“หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น เกิดจากค่าครองชีพสูง เศรษฐกิจไม่ดี สภาพคล่องในธุรกิจแย่ ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง หากเศรษฐกิจฟื้น หนี้ครัวเรือนจะลดลง อย่างไรก็ตาม แม้หนี้ต่อครัวเรือนในปีนี้จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ส่วนใหญ่อยู่ในระบบ สะท้อนได้ว่า คนไทยเข้าถึงสินเชื่อ หรือกู้ในระบบได้มากขึ้น เพราะมีทรัพย์สิน และถือเป็นเรื่องปกติที่คนชั้นกลางจะก่อหนี้เพื่อซื้อสินทรัพย์มากขึ้น ส่วนสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทย ณ สิ้นปี 65 คาดจะมีสัดส่วน 89.3% ต่อจีดีพี ซึ่งถือว่ามีอัตราสูง แต่ไม่น่ากังวล เพราะหนี้ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในระบบ และมีหลักทรัพย์เป็นประกัน

