บขส.กัดฟัน ตรึงค่าโดยสาร-ไม่หยุดเดินรถ แต่รถร่วมสู้น้ำมันแพงไม่ไหว ลดเที่ยววิ่ง
ข่าวดี บขส.ประกาศ กัดฟัน ตรึงราคาค่าโดยสาร -ไม่หยุดเดินรถ แม้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง ด้านรถร่วม สู้น้ำมันแพงไม่ไหว ลดที่ยววิ่ง
นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เผยว่า ยอมรับว่าจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการเดินรถ แต่ บขส. ไม่มีนโยบายหยุดเดินรถ และปรับขึ้นค่าโดยสาร ตามนโยบายของ รมว.คมนาคม ที่สั่งให้ บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
“ที่ผ่านมา บขส. ได้จัดการเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยปัจจุบันเปิดให้บริการเดินรถในเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก 18 เส้นทาง ภาคเหนือ 14 เส้นทาง และภาคใต้ 15 เส้นทาง และในวันที่ 15 มิถุนายนที่จะถึงนี้ เตรียมเปิดให้บริการในเส้นทางระหว่างประเทศ รวม 10 เส้นทางด้วย
นายสัญลักข์ กล่าวด้วยว่า ภายหลังที่รัฐบาลมีนโยบายเปิดประเทศและผ่อนปรนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชาชนเริ่มกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้นประมาณ 30 % ส่วนประเด็นที่ผู้ประกอบการรถร่วมฯ ประกาศจะหยุดวิ่ง หลังแบกรับต้นทุนน้ำมันไม่ไหว นั้น จากการตรวจสอบจำนวนเที่ยววิ่ง พบว่ายังคงวิ่งให้บริการปกติ และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในเดือนกรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน
นายพิเชษฐ์ เจียมบุรเศรษฐ์ นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา จากปี 2562 ดีเซลลิตร 27 บาท เพิ่มเป็น 34 บาท ส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นเที่ยวละ 1,400 บาท หากวิ่งวันละ 50 เที่ยว ต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นวัน 70,000 บาท ซึ่งผู้ประกอบการพยายามขอให้ภาครัฐช่วยเหลือ แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ ขณะที่การขนส่งโหมดอื่น ทั้งขนส่งทางอากาศและทางน้ำ มีการปรับค่าโดยสารไปแล้ว
ทั้งนี้ สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางไทย ขอเป็นตัวแทนในการกล่าวขอโทษประชาชนผู้โดยสาร ที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการรถโดยสารในชีวิตประจำวันว่า ผู้ประกอบการรถโดยสาร จะพยายามยืนหยัดเพื่อเคียงข้างการให้บริการให้ดีที่สุด เท่าที่สามารถดำเนินการได้ โดยระหว่างที่ยังไม่มีทางออกในการแบกรับต้นทุนนี้ อาจต้องส่งผลให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบในความไม่สะดวกในการใช้บริการ เนื่องจากบรรดาผู้ประกอบการต้องลด เที่ยววิ่งลง และทยอยหยุดการให้บริการในบางเส้นทาง ซึ่งเป็นทางเลือกทางสุดท้าย ก่อนที่อาจต้องปิดกิจการถาวรในที่สุด

