17 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » สินมั่นคง เปิด”ไทม์ไลน์”ฟื้นฟูกิจการ แก้เคลมโควิดถึงกลางปีหน้า

สินมั่นคง เปิด”ไทม์ไลน์”ฟื้นฟูกิจการ แก้เคลมโควิดถึงกลางปีหน้า

SHARE THIS

 

สินมั่นคงประกันภัย  ชี้แจง ไทม์ไลน์ กรอบเวลาและขั้นตอนฟื้นฟูกิจการ แก้ไขปัญหาสินไหมโควิด หลังยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2565  บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ออกข่าวชี้แจง ไทม์ไลน์ กรอบเวลาและขั้นตอนฟื้นฟูกิจการ  แก้ไขปัญหาสินไหมโควิด โดยระบุว่า หลังจากยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 และในวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 ศาลฯ ได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ แล้ว บริษัทฯ จึงได้กำหนดกรอบระยะเวลาประมาณการเพื่อฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้น และขั้นตอนกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสินไหมโควิด และสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ต่อไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

ประมาณการกรอบระยะเวลาดำเนินการการฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้น

ลำดับ การดำเนินการ กรอบระยะเวลาดำเนินการ

(ประมาณการ)*

1 บริษัท สินมั่นคงประกันภัยฯ ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล 17 พฤษภาคม 2565
2 ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และกำหนดวันนัดพิจารณา

ลูกหนี้อยู่ในสภาวะบังคับชั่วคราว หรือ สภาวะพักการชำระหนี้ (Automatic Stay)

18 พฤษภาคม 2565
3 ศาลจัดส่งคำร้องขอฟื้นฟูกิจการให้บรรดาเจ้าหนี้ ประมาณเดือนมิถุนายน 2565
4 ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ 15 สิงหาคม 2565
5 ศาลพิจารณามีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผน ประมาณเดือนตุลาคม 2565
6 ประกาศคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนในหนังสือพิมพ์และราชกิจจานุเบกษา (หลังจากศาลมีคำสั่งตามข้อ 5 ประมาณ 1 เดือน) ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2565
7 เจ้าหนี้ต้องดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในระยะเวลา 1 เดือนนับจากวันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผน ประมาณเดือนธันวาคม 2565
8 ผู้ทำแผนจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการและส่งแผนฟื้นฟูกิจการภายใน 3 เดือนนับจากวันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผน (ขอขยายได้ 2 ครั้งๆ ละไม่เกิน 1 เดือน) ประมาณเดือนมีนาคม 2566
9 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำส่งแผนฟื้นฟูกิจการให้กับเจ้าหนี้ ประมาณเดือนเมษายน 2566
10 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาลงมติออกเสียงในแผนฟื้นฟูกิจการ ประมาณเดือนพฤษภาคม 2566
11 ศาลล้มละลายพิจารณาคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ ประมาณเดือนมิถุนายน 2566
12 ผู้บริหารแผนดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป

*หมายเหตุ: กรอบระยะเวลาดำเนินการนี้เป็นการประมาณการเบื้องต้นและภายใต้สมมุติฐานที่ดีที่สุด ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาดำเนินการอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมและจำเป็น

 

 

กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

ขั้นตอนกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย  มีขั้นตอนโดยคร่าว ดังนี้

  • วันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ลูกหนี้ (กล่าวคือ บริษัท สินมั่นคงประกันภัยฯ) ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล ภายหลังจากได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสำนักงาน คปภ.
  • วันที่ 18 พฤษภาคม 2565 ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณา

 

ทั้งนี้ ศาลกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการวันที่ 15 สิงหาคม 2565 เวลา 9:00 น. และจะได้ประกาศวันเวลานัดไต่สวนในหนังสือพิมพ์ กับให้ส่งสำเนาคำร้องขอแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายเท่าที่ทราบ ก่อนวันนัดไต่สวน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีโอกาสได้พิจารณาคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้

ภายหลังจากศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้อยู่ในสภาวะบังคับชั่วคราว หรือ สภาวะพักการชำระหนี้ (Automatic Stay) ซึ่งเป็นมาตรการในการคุ้มครองกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ และคุ้มครองประโยชน์โดยรวมของเจ้าหนี้ทั้งหลายและเพื่อความเป็นธรรม ตามมาตรา 90/12 แห่งพ.ร.บ. ล้มละลายฯ เช่น ห้ามเจ้าหนี้รายใดรายหนึ่งฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งหรือบังคับทรัพย์สินของลูกหนี้ ห้ามฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย ห้ามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้ หรือสั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ และห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอน หรือกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน นอกจากเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้ดำเนินต่อไปได้ เป็นต้น

 

  • ศาลไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และคำคัดค้านของเจ้าหนี้ (หากมี) และพิจารณามีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

หากไม่มีการคัดค้านผู้ทำแผนที่ลูกหนี้เสนอและศาลเห็นสมควรให้ฟื้นฟูกิจการ ศาลจะมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทำแผนที่ลูกหนี้เสนอ ซึ่งอำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ และบรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้น (ยกเว้นสิทธิที่จะได้รับเงินปันผล) จะตกแก่ผู้ทำแผนที่ได้รับการแต่งตั้งจากศาล

  • เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) จะประกาศคำสั่งศาลล้มละลายในหนังสือพิมพ์และในราชกิจจานุเบกษา เจ้าหนี้ในหนี้เงินซึ่งมีหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนดังกล่าว

กระบวนการสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ จะดำเนินการโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และเมื่อมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้เป็นประการใด เจ้าหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียในสำนวนหนี้ อาจอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปยังศาลได้

  • ผู้ทำแผนจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อยื่นส่งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายใน 3 เดือนหลังจากการโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนในราชกิจจานุเบกษา
  • เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ และรายงานผลการประชุมต่อศาล
  • ศาลกำหนดวันนัดพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ

โดยในกรณีที่ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติเห็นชอบด้วยแผน ศาลจะพิจารณาว่าแผนฟื้นฟูกิจการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดรวมถึงเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายหรือไม่ และหากเห็นสมควร ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ

ในกรณีที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกาศคำสั่งศาลเห็นชอบด้วยแผนในราชกิจจานุเบกษา แผนที่ได้รับความเห็นชอบนี้จะมีผลผูกพันเจ้าหนี้ทุกราย ตามมาตรา 90/60 และบรรดาสิทธิและอำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ รวมถึงหน้าที่ในการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ จะตกแก่ผู้บริหารแผนซึ่งได้แก่บุคคลที่แผนฟื้นฟูกิจการที่เจ้าหนี้เห็นชอบนั้นกำหนดไว้ ตามมาตรา 90/59

 

  • ผู้บริหารแผนมีหน้าที่ดำเนินการฟื้นฟูกิจการตามแผน รวมถึงการดำเนินธุรกิจ การจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ และรายงานการปฏิบัติตามแผนต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทุก ๆ3 เดือน โดยระยะเวลาการดำเนินการตามแผนต้องไม่เกิน 5 ปี
  • เมื่อการฟื้นฟูกิจการสำเร็จลุล่วงตามแผน ศาลจะพิจารณามีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ ในการนี้ ลูกหนี้จะกลับมาดำเนินกิจการต่อไปได้ตามเดิม ทั้งนี้ การดำเนินการฟื้นฟูกิจการสำเร็จ เป็นไปตามเงื่อนไขความสำเร็จของแผน ที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้ยอมรับและศาลมีคำสั่งเห็นชอบ

 

 


SHARE THIS