19 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » โอนเงินผิดบัญชี ขอคืนได้ไหม ต้องทำอย่างไร เช็กได้เลย

โอนเงินผิดบัญชี ขอคืนได้ไหม ต้องทำอย่างไร เช็กได้เลย

SHARE THIS

 

ปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้การโอนเงิน ทำได้แสนง่าย สะดวกสบาย เพียงคลิกด้วยปลายนิ้วผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่ด้วยความง่ายนี่เอง ก็อาจทำให้เกิดความผิดพลาดในการโอนเงินขึ้นมาได้มากขึ้นเช่นกัน

เช่น การโอนเงินผิดยอด ผิดบัญชี ใส่ตัวเลขบัญชีไม่ถูกต้อง แถมบางครั้งรีบร้อน อาจลืมตรวจสอบชื่อบัญชีของผู้รับเงินไป  ดังนั้น ในกรณีที่เรามีการโอนผิดบัญชีเกิดขึ้น ทางศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ให้ข้อแนะนำ แก่เจ้าของบัญชี กรณีโอนเงินผิด ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

1.นำเอกสารดังต่อไปนี้ไปติดต่อสถานีตำรวจ

  • เอกสารการทำรายการ เช่น สลิปการโอน/ใบบันทึกรายการ หรือภาพถ่ายหน้าจอของข้อความแจ้งผลการโอนเงิน
  • สำเนาบัตรประชาชน (เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)

2.แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีตำรวจเพื่อขอออก ใบแจ้งความ/บันทึกประจำวันที่ระบุเหตุการณ์ โดยระบุข้อมูลในเอกสารดังนี้

  • ชื่อธนาคารที่ทำรายการ ทั้งฝั่งต้นทางและปลายทาง
  • วันที่และเวลาที่ทำรายการ
  • จำนวนเงินที่โอน
  • ช่องทางการโอนเงิน เช่น เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (ATM / CDM / VTM), Mobile Banking, Internet Banking
  • ชื่อบัญชี และ เลขที่บัญชี ของผู้ทำรายการโอน (บัญชีต้นทาง)
  • ชื่อบัญชี และ เลขที่บัญชี ของผู้ที่ได้รับเงินผิด (บัญชีปลายทางที่โอนผิด)
  • ชื่อบัญชี และ เลขที่บัญชี/หมายเลขพร้อมเพย์ ของปลายทางที่ต้องการโอนที่ถูกต้อง

3. นำส่งหลักฐานให้แก่ธนาคารที่ใช้ในการโอนเงิน

4. เมื่อธนาคารได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว ธนาคารจะช่วยประสานงานกับปลายทางที่เป็นผู้รับโอนเงินผิด/ธนาคารปลายทางที่รับโอนเงินผิด

5.ธนาคารแจ้งผลการดำเนินการ

– กรณีผู้รับโอนยินยอมคืนเงิน : ธนาคารจะโอนเงินคืนเข้าบัญชีผู้โอนให้

– กรณีผู้รับโอนไม่ยินยอมคืนเงิน/ไม่สามารถติดต่อได้ : ผู้โอนต้องแจ้งความ ณ สถานีตำรวจ ขอออกเอกสารตราครุฑที่เรียกว่า “หมายเรียกพยานเอกสาร/พยานวัตถุ” เพื่อออกคำสั่งทางกฎหมายให้ธนาคารของผู้รับโอนเงินดำเนินการอายัดบัญชี หรือให้เปิดเผยข้อมูลบัญชีปลายทางให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับเงินจากการโอนผิดบัญชี และไม่ยอมคืนให้ อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ผู้ครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 


SHARE THIS