21 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ธปท.-กลต.เปิดร่างกฎเหล็ก ห้ามใช้”สินทรัพย์ดิจิทัล”จ่ายซื้อสินค้า

ธปท.-กลต.เปิดร่างกฎเหล็ก ห้ามใช้”สินทรัพย์ดิจิทัล”จ่ายซื้อสินค้า

SHARE THIS

 

วันที่ 25 ม.ค.65 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกันถึงประโยชน์และความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัล และเห็นความจำเป็นในการกำกับดูแลและควบคุมการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศ

 

หลังจาก ปัจจุบัน ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้ขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจในลักษณะให้บริการ ชักชวนหรือแสดงตน ว่าพร้อมจะให้บริการแก่ร้านค้าและผู้ประกอบการในธุรกิจต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น จัดทำระบบและโฆษณาเชิญชวนร้านค้า ซึ่งการที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในลักษณะดังกล่าว อาจส่งผลให้เกิดการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุน

 

ทั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงเป็นความเสี่ยงต่อประชาชนและธุรกิจ อาทิ ความเสี่ยงจากการสูญมูลค่าที่เกิดจากความผันผวนของราคา ความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ ความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล หรือการถูกใช้เป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน  หน่วยงานกำกับดูแล จึงตระหนักถึงความเสี่ยงและผลกระทบดังกล่าว จึงพิจารณาใช้อำนาจตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ควบคุมไม่ให้เกิดการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าหรือบริการในวงกว้าง และมีแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม สำหรับบริการที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภทที่เป็นประโยชน์ต่อนวัตกรรมทางการเงินและไม่สร้างความเสี่ยงเชิงระบบที่กล่าวถึงข้างต้น

 

ด้าน  สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธปท.  เผยว่า ธปท. ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกันถึงประโยชน์และความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยอาศัยอำนาจคณะกรรมการ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์ ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการนำสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซีมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการในทุกประเภท เปิดรับฟังตั้งแต่ 25 ม.ค.-8 ก.พ.65

 

สำหรับแนวทางกำกับดูแล คือ ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มคริปโต ต้องไม่สนับสนุนหรือส่งเสริมให้นำคริปโตฯ ไปใช้ชำระค่าสินค้า  โดยครอบคลุม 5 ประเภทใบอนุญาต ประกอบด้วย 1.ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 2.นายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล 3.ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล 4.ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล และ5.ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยรายละเอียด ดังนี้

 

1.ผู้ประกอบการไม่โฆษณาเชิญชวน หรือแสดงตนว่าพร้อมให้บริการแก่ร้านค้าเพื่อให้ร้านค้าสามารถรับชำระค่าสินค้าหรือด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลได้

 

2.ไม่จัดทำระบบหรือเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกใดๆ แก่ร้านค้า เพื่อรับชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยคริปโต

 

3.ไม่ให้บริการเปิดกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือวอลเล็ตแก่ร้านค้า เพื่อรับชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยคริปโต

 

4.ในกรณีที่ผู้ซื้อขายทำการขายคริปโต เพื่อรับเป็นเงินบาท ผู้ประกอบการต้องโอนเงินบาทเข้าบัญชีผู้ซื้อขายเท่านั้น

 

5.ไม่ให้บริการที่มีลักษณะเป็นการโอนคริปโต หรือเงินจากบัญชีผู้ซื้อขายไปยังบัญชีรายอื่นหรือบุคคลอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ของการรับชำระค่าสินค้าหรือบริการ

 

6.ไม่ดำเนินการในลักษณะอื่นใดนอกเหนือจาก 1-5 ข้างต้นที่เป็นการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้เกิดการนำคริปโตมาใช้เป็นสื่อกลางชำระเงินโดยผู้ประกอบการต้องแจ้งเตือนผู้ซื้อขายหรือลูกค้าหากเห็นว่านำคริปโตไปใช้จ่ายไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ให้ยกเลิกซื้อขายคริปโต หรือระงับบัญชีลูกค้ารายนั้น

 

“ถ้าธุรกิจที่ออกโทเคนดิจิทัล หรือมีเหรียญใช้ในวงจำกัดสามารถทำได้ ไม่ผ่านผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม เพราะถ้าทำผ่านแพลตฟอร์มจะมีการใช้แพร่หลายซึ่งมีความเสี่ยงต่อระบบ ในส่วนของโทเคนดิจิทัล ก.ล.ต.สนับสนุน เพราะโทเคนเป็นการระดมทุนเพื่อนำเงินมาใช้พัฒนาสินค้าหรือบริการ พัฒนาโครงการต่างๆ การออกระดมทุนจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศและธุรกิจ ไม่ค่อยเห็นนำเหรียญโทเคนดิจิทัลมาใช้จ่ายแพร่หลาย”

 

ทั้งนี้ เมื่อหลักเกณฑ์ถูกประกาศไปจะมีผลบังคับใช้ในทันที และผู้ประกอบการต้องดำเนินการให้เป็นไปตามเกณฑ์ภายใน 15 วัน หากไม่ทำตามจะมีโทษปรับ 300,000 บาท และปรับอีกวันละ 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ได้แก้ไข และหากยังไม่ได้แก้ไข จะมีบทลงโทษถึงผู้บริหารประกอบธุกิจด้วย

 

 


SHARE THIS