น้ำมัน-หมู-ผักแพง ดันเงินเฟ้อ ธ.ค.64 พุ่งแรง 2.17%
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนธ.ค.64 เท่ากับ 101.86 เพิ่มขึ้น 2.17% เทียบกับธ.ค.63 ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 64 (ม.ค.-ธ.ค.) เพิ่มขึ้น 1.23% ใกล้เคียงกับที่ประมาณการณ์ไว้ที่ 0.8-1.2% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.73 เพิ่มขึ้น 0.29% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.63 และเฉลี่ยทั้งปี 64 เพิ่มขึ้น 0.23%
“สาเหตุที่เงินเฟ้อเพิ่ม มาจากสินค้าแพงขึ้นหลายรายการ โดยน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่ม 26.26% แม้รัฐบาลจะช่วยตรึงราคาน้ำมันดีเซล แต่ราคาขายปลีกยังสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่เนื้อหมู เพิ่มขึ้นตามต้นทุนการเลี้ยง ทั้งค่าอาหารสัตว์ ค่าดูแลและการป้องกันโรคระบาด ผู้เลี้ยงรายย่อยลดการเลี้ยง ทำให้หมูเข้าสู่ตลาดลดลง เช่นเดียวกับไข่และผลิตภัณฑ์นม อาหารบริโภคในบ้านและนอกบ้าน น้ำมันปาล์ม ขณะที่สบู่ แชมพู ครีมนวดผมสูงขึ้นหลังสิ้นสุดโปรโมชัน บุหรี่สูงขึ้นจากการขึ้นภาษีสรรพสามิต รวมถึงผักสด เช่น มะเขือ กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ผักบุ้ง ถั่วฝักยาวก็สูงขึ้น ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ผลไม้ เสื้อผ้า ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าบ้าน”
นายรณรงค์กล่าวว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อปี 65 ยังคงมองอยู่ในกรอบเดิมช่วง 0.7-2.4% และมีค่ากลางอยู่ที่ 1.5% โดยปัจจัยสำที่กระทบต่อเงินเฟ้อปีนี้ มาจากเรื่องต้นทุนด้านแรงงาน หากโอไมครอนแพร่ระบาดเยอะ แม้จะไม่รุนแรงถึงชีวิต แต่ก็อาจทำให้คนงานต้องหยุดพักรักษาตัว ซึ่งทำให้ภาคการผลิตชะลอตัว และกระทบต่อต้นทุนผลิตสินค้าสูงขึ้น เช่นเดียวกับราคาน้ำมัน เพราะมีน้ำหนักต่อเงินเฟ้อถึง 9% แม้ขณะนี้ราคาจะเริ่มทรงตัวแต่ยังสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงยังเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในครึ่งปีแรก แต่ช่วงหลังจากนั้นน่าจะบรรเทาลง

