ใครได้สิทธิ -คุ้มแค่ไหน รัฐบาลแจก 50,000 หนุนเปลี่ยนใช้ โซลาร์รูฟท็อป
คุ้มค่าไหม รัฐบาลดันโครงการ “โซลาร์รูฟท็อป ภาคประชาชน” อุดหนุน 50,000 บาท/หลัง ดีเดย์เปิดลงทะเบียนกลาง ต.ค. นี้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด และช่วยบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของครัวเรือนไทยจากวิกฤตพลังงาน โดยกระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอเรื่องให้กระทรวงการคลังและคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้พิจารณา เพื่อขออนุมัติใช้วงเงิน 50,000 ล้านบาท จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในเร็วๆ นี้
เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
- เงินสนับสนุนจากภาครัฐ: รัฐบาลจะมอบเงินอุดหนุนให้ 50,000 บาทต่อครัวเรือน ครอบคลุมทั้งกรณีติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) และการติดตั้งบนพื้นดิน
- กลุ่มเป้าหมาย: วางเป้าหมายเริ่มต้นที่ 1 ล้านครัวเรือน (ใช้วงเงิน 50,000 ล้านบาท) และมีแผนอาจพิจารณาขยายกรอบสิทธิเพิ่มเป็น 5 ล้านครัวเรือน (วงเงินรวมประมาณ 75,000 ล้านบาท)
- กำหนดการเปิดลงทะเบียน: คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่ ช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และเปิดให้เข้าร่วมยาวต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีหน้า
- เงื่อนไขสิทธิ์และการตรวจสอบความพร้อม:
- ใช้ มิเตอร์ไฟฟ้า เป็นเกณฑ์สำคัญในการลงทะเบียน โดยกำหนด 1 สิทธิ์ต่อ 1 เจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า
- การไฟฟ้าฯ จะเข้าดำเนินการติดตั้งสมาร์ทมิเตอร์ (Smart Meter) พร้อมขยายสายส่ง พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรองรับการขายไฟฟ้าคืนเข้าระบบอย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตั้งได้ทันที ไม่ต้องสำรองจ่าย
ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการไม่จำเป็นต้องสำรองเงินก้อนจ่ายก่อน เนื่องจากเป็นความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าฯ และสถาบันการเงินของรัฐ ได้แก่:
- ธนาคารออมสิน
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ธนาคารรัฐจะเข้ามาสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อค่าติดตั้งส่วนที่เหลือให้ก่อน โดยเงินรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้แก่การไฟฟ้าฯ จะถูกนำไปหักชำระค่างวดเงินกู้คืนสถาบันการเงินโดยอัตโนมัติ ทำให้ประชาชนสามารถติดตั้งระบบได้โดยแทบไม่ต้องลงทุนเอง และหากครัวเรือนใดไม่ได้กู้เงิน รายได้ทั้งหมดจากการขายไฟจะกลายเป็นรายรับของเจ้าของบ้านโดยตรง
คุ้มไหม ผลตอบแทนลงทุน
- เปลี่ยนผู้บริโภคเป็นผู้ผลิต: เปลี่ยนบทบาทประชาชนจากเดิมที่เป็นผู้จ่ายค่าไฟ ให้กลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย (Prosumer)
- สร้างรายได้ต่อเนื่อง 25 – 30 ปี: แผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานยาวนาน ช่วยลดค่าไฟฟ้าในบ้านและสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกิน
- ประมาณการรายได้: สำหรับระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าน้อยจะสามารถสร้างรายได้จากการขายไฟคืนเข้าระบบเฉลี่ยประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงของแต่ละบ้าน)
- คุ้มค่ากว่างบสวัสดิการ: รองนายกฯ ระบุว่า วงเงิน 50,000 ล้านบาทที่ใช้ในโครงการนี้ ถือว่าน้อยกว่างบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ต้องจ่ายราวปีละ 60,000 ล้านบาท แต่โครงการโซลาร์รูฟท็อปช่วยสร้างอาชีพและสร้างรายได้ถาวรแก่ประชาชนยาวนานถึง 25–30 ปี
สนับสนุนอุตสาหกรรมไทย
- การพัฒนาทักษะแรงงาน: ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน (และกระทรวง อว.) จัดหลักสูตรฝึกอบรมทักษะด้านการประกอบ การติดตั้ง และการบำรุงรักษาระบบโซลาร์เซลล์ให้แก่คนไทย เพื่อสร้างงานและอาชีพใหม่
- หนุนอุตสาหกรรมผลิตแผงโซลาร์ในไทย: ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และกรมศุลกากร พิจารณาปรับลดภาษีศุลกากรสำหรับนำเข้าวัตถุดิบที่ไทยผลิตเองไม่ได้ (เช่น เซลล์โซลาร์เซลล์) เพื่อลดต้นทุนการผลิตและหนุนโรงงานไทยที่มีศักยภาพอยู่แล้วประมาณ 7–8 แห่ง ให้หันมาร่วมผลิตจำหน่ายภายในประเทศ
- ลดการพึ่งพานำเข้า: มุ่งเน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) พลังงานสะอาดภายในประเทศ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างฐานอุตสาหกรรมพลังงานที่ยั่งยืน
ช่องทางติดตามข่าวสาร The Facts News ข่าวจริง:
- Website : the-facts-news.com
- Facebook : The Facts News FB
- Twitter (X) : The Facts News TW
- Line Official Account : @057ywnqz หรือคลิก https://lin.ee/Zgh9WPnB
#โซลาร์รูฟท็อป #โซลาร์เซลล์ #โซลาร์ภาคประชาชน #ลดค่าไฟ #สร้างรายได้ #แจก5หมื่น #เอกนิติ #กระทรวงการคลัง #พลังงานสะอาด #TheFactsNews #เดอะแฟกต์นิวส์ #ข่าวจริง

