23 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » วัสดุก่อสร้าง พุ่งสูงสุดรอบ 44 เดือน เหล็ก-ปูน ขึ้นยกแผงจากวิกฤตอิหร่าน

วัสดุก่อสร้าง พุ่งสูงสุดรอบ 44 เดือน เหล็ก-ปูน ขึ้นยกแผงจากวิกฤตอิหร่าน

SHARE THIS

สนค. เผยราคาวัสดุก่อสร้างเดือน เม.ย. 2569 ทะยานสูงขึ้น 5.9% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 44 เดือน หลังเกิดสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันพุ่ง จับตาเดือน พ.ค. แนวโน้มแพงต่อเนื่อง

 

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)  เปิดเผยรายงานดัชนีเศรษฐกิจการค้าล่าสุด ระบุว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนเมษายน 2569 เท่ากับ 112.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (เมษายน 2568) ปรับตัวสูงขึ้นถึง 5.9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 44 เดือน ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) และระบบโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าวัสดุก่อสร้าง ส่งผลให้ดัชนีราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกหมวดหมู่

 

เปิดสถิติราคาวัสดุก่อสร้าง “ขึ้นยกแผง” แยกตามรายหมวด

จากการสำรวจพบว่า ต้นทุนด้านวัตถุดิบและค่าระวางขนส่งที่แพงขึ้น ส่งผลกระทบให้กลุ่มวัสดุก่อสร้างหลักปรับราคาเพิ่มขึ้น ดังนี้:

  • หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ: สูงขึ้น 15.8% (จากราคายางมะตอยที่แปรผันตามการกลั่นน้ำมันดิบ)
  • หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก: สูงขึ้น 6.2% (เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย, เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ, ท่อเหล็กดำ และชีทไพล์เหล็ก)
  • หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต: สูงขึ้น 5.6% (พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง, คานคอนกรีตสำเร็จรูป และคอนกรีตผสมเสร็จ)
  • หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา: สูงขึ้น 4.9% (สายเคเบิล, สายส่งกำลังไฟฟ้า และเสาไฟถนน ตามราคาทองแดงและอลูมิเนียม)
  • หมวดซีเมนต์: สูงขึ้น 2.8% (ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์, ปูนซีเมนต์ผสม และปูนซีเมนต์สำเร็จรูป)
  • หมวดกระเบื้อง: สูงขึ้น 1.3% (กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา, แผ่นหลังคาโปร่งแสง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น)
  • หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้: สูงขึ้น 1.0% (ไม้แบบ, ไม้โครงคร่าว, บานประตู และบานหน้าต่าง)
  • หมวดวัสดุฉาบผิว: สูงขึ้น 0.7% (สีเคลือบน้ำมัน, สีน้ำอะครีลิคทาภายในและภายนอก ตามราคาเคมีภัณฑ์)

ข้อสังเกต: มีเพียง หมวดสุขภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง 1.2% (อ่างล้างหน้าเซรามิก, โถส้วมชักโครก) ซึ่งเป็นผลสะท้อนโดยตรงจากการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ

 

สนค. จับตาแนวโน้ม พ.ค. 2569 พุ่งต่อ รับแรงกดดันปิดล้อมทางทะเล-ช่องแคบฮอร์มุช

 

นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม 2569 ว่ายังคงมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุช และมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐอเมริกาเพื่อกดดันอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบผันผวนอย่างรุนแรง

ความเสี่ยงนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมที่ใช้ความร้อนสูงในกระบวนการผลิต เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ กระเบื้อง รวมถึงกลุ่มที่ใช้ปิโตรเคมีเป็นสารตั้งต้น อาทิ ท่อพีวีซี และสีทาอาคาร

 

เตือนผู้รับเหมา-นักลงทุน แบกรับต้นทุนอ่วม เสี่ยงเลื่อนโครงการก่อสร้าง

สนค. แสดงความกังวลว่า หากสถานการณ์สงครามยังคงยืดเยื้อต่อไป แรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ผู้รับเหมาและนักลงทุนต้องแบกรับสภาวะขาดทุน ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวหรือเลื่อนการเปิดโครงการก่อสร้างใหม่ออกไป ซึ่งอาจกระทบต่อเนื่องไปยังระบบการจ้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์โดยรวมของไทยในระยะยาว

 

เกาะติดความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ “The FACTS ข่าวจริง” ได้ทุกช่องทาง:

 

#วัสดุก่อสร้างแพง #ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง #กระทรวงพาณิชย์ #สนค #ราคาเหล็ก #ราคาปูน #อสังหาริมทรัพย์ #วิกฤตตะวันออกกลาง #ราคาน้ำมันโลก #เศรษฐกิจไทย2569 #ข่าวจริง #TheFactsNews

 


SHARE THIS