ด่วน บอร์ดเงินกู้ อนุมัติ”คนละครึ่ง-บัตรคนจน” แล้ว ย้ำแจกหนักกว่าเดิม
สิ้นสุดการรอคอย ไทยช่วยไทยพลัส ทั้งคนละครึ่ง-บัตรคนจน ผ่านบอร์ดกู้เงินแล้ว ชงเข้า ครม. ไม่สะดุด พร้อมลงทะเบียน 25 พ.ค. เริ่มใช้ 1 มิ.ย. ย้ำแจกหนักกว่าเดิม
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฯ วันที่ 14 พ.ค.69 ได้เห็นชอบให้มาตรการไทยช่วยไทยพลัส เป็นโครงการแรกที่ผ่านความเห็นชอบและจะนำมาใช้ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยในไทยช่วยไทยพลัสนี้จะประกอบด้วย การการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการ และโครงการ 60:40 (คนละครึ่งเดิม) ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้จะนำเสนอเข้า ครม. ขอความเห็นชอบ และจะมีการแถลงรายละเอียดต่อไป
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ยืนยันว่า กระบวนการทำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รวมถึงมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะใช้เงินเยียวยาแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคนละครึ่งพลัส ยังเดินหน้าตามแผนที่กำหนด แม้วันนี้จะไม่มีการนำเรื่องพ.ร.ก.กู้เงิน ชี้แจงในสภา เนื่องจากฝ่ายค้านมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอยู่ก็ตาม เนื่องจากกระบวนการทางฝ่ายบริหารได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว
สำหรับแพ็คเก็จไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะรวมโครงการคนละครึ่ง และบัตรสวัสดิการฯ เข้ามาอยู่ด้วยกัน ได้เสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ พ.ร.ก.กู้เงินไปแล้ว ซึ่งภายหลังเห็นชอบจะเสนอให้ ครม.พิจารณา 19 พ.ค.69 และเริ่มเปิดลงทะเบียนวันที่ 25 พ.ค.69 เพื่อให้เริ่มใช้เงินได้วันที่ 1 มิ.ย.69 ตามกำหนดเดิม เบื้องต้นจะช่วยเหลือ แบ่งเป็น 2 +2 เดือน รอบละ 2,000 บาท โดยรัฐจะสนับสนุนให้สัดส่วน 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% ส่วนผู้มีบัตรสวัสดิการใช้จ่ายได้เต็มจำนวนเลยโดยไม่ต้องใช้เงินตัวเองสมทบ
นอกจากนี้ ในการเสนอโครงการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน จะมีอื่นๆอีกหลายโครงการ ทั้งกระทรวงคมนาคมที่จะมุ่งเปลี่ยนผ่านลดการใช้น้ำมันในภาคขนส่ง เช่น เปลี่ยนหัวรถจักร หรือการส่งเสริมให้ติดโซลาร์เซล เพื่อลดค่าไฟช่วยชาวบ้าน พร้อมกับเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า สำหรับจำนวนผู้ได้รับสิทธิครั้งนี้ ในส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการปัจจุบัน 13 ล้านคน จะได้รับเงินไทยช่วยไทยพลัส เฟสแรกทันที 2,000 บาท แต่รอบต่อไปอีก 2,000 บาทจะต้องรอผลการลงทะเบียนคัดกรองรอบใหม่ ขณะที่โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งยังไม่กำหนดว่าจำนวนคนเท่าไร แต่เบื้องต้นจะต้องมากว่า 20 ล้านคนแน่นอน เพราะวิกฤตค่าครองชีพรอบนี้รุนแรงกว่าก่อน และมีคนเดือดร้อนมากขึ้น ฉะนั้น การเยียวยาต้องกว้าง และลึกกว่าเดิม
นายเอกนิติ กล่าวย้ำถึงความจำเป็น ในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะวิกฤตกำลังลุกลามเป็นระลอกต่อเนื่อง เริ่มวิกฤตพลังงาน ตามมาด้วยระลอกที่สองวิกฤตต้นทุน สะท้อนจากตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น หากปล่อยไว้ไม่ทำอะไร สิ่งที่จะตามมาคือวิกฤตค่าครองชีพ ซึ่งกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน และสุดท้ายอาจลุกลามไปสู่วิกฤตทางสังคม คือปัญหาการตกงานและการปิดกิจการ ซึ่งเรื่องของวิกฤตไม่ใช่ตนเองพูดคนเดียว แม้แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หรือธนาคารโลก ก็พูดถึง และมีการปรับลดจีดีพีของทั้งโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันวิธีนี้เคยทำแล้วเมื่อช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 1.8 แสนล้านบาท โดยไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย อีกทั้งก็ต้องกู้เงินไปชดเชยอีกเช่นกัน แต่วิธีที่รัฐบาลจะทำผ่าน พ.ร.ก.กู้เงินนั้น คือการใช้เงินเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศในระยะยาว
เกาะติดสถานการณ์เตือนภัยแบบเรียลไทม์ได้ที่ the Facts news ข่าวจริง 🌐 https://the-facts-news.com/
#ไทยช่วยไทยพลัส #คนละครึ่งพลัส #60:40 #บัตรสวัสดิการ #theFactsNews #ข่าวจริง

