26 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ยลโฉมรถไฟขบวนใหม่  KIHA 40–48 เปิดวิ่งแล้ว ดอนเมือง–อยุธยา  

ยลโฉมรถไฟขบวนใหม่  KIHA 40–48 เปิดวิ่งแล้ว ดอนเมือง–อยุธยา  

SHARE THIS

ยลโฉมรถไฟขบวนใหม่  KIHA 40–48 การรถไฟฯ เปิดให้บริการจริงแล้ว ตั้งแต่บัดนี้ วิ่งรับส่ง สถานีดอนเมือง–อยุธยา  

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นำคณะสื่อมวลชนร่วมกิจกรรมทดสอบการเดินรถเสมือนจริง (Trial Run) ของขบวนรถดีเซลรางปรับอากาศ KIHA 40 และ KIHA 48 ซึ่งได้รับการปรับปรุงและพัฒนา เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการในทุกมิติ ทั้งด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้โดยสาร

 

ขบวนรถ KIHA 40 และ KIHA 48 มีจุดเด่นด้านความคล่องตัว โดยเตรียมพัฒนาเป็นขบวนรถในรูปแบบ Feeder เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานคร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และท่าอากาศยานดอนเมือง

 

 

ปัจจุบัน รฟท. ได้ดำเนินการปรับปรุงขบวนรถแล้วเสร็จ จำนวน 6 คัน พร้อมเปิดให้บริการทดลองในรูปแบบ Feeder เส้นทาง ดอนเมือง – พระนครศรีอยุธยา เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนสู่ปลายทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยให้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในการขับรถยนต์ในช่วงวิกฤตพลังงาน

 

ทั้งนี้ ในช่วงแรกจะเปิดให้บริการในวันจันทร์–วันศุกร์ แบบไป–กลับ รวม 6 ขบวนต่อวัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดจุดหยุดรับ–ส่งผู้โดยสารรวม 8 สถานี และที่หยุดรถ 1 แห่ง ได้แก่ สถานีดอนเมือง สถานีรังสิต สถานีเชียงราก ที่หยุดรถมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถานีเชียงรากน้อย สถานีคลองพุทรา สถานีบางปะอิน สถานีบ้านโพ และสถานีพระนครศรีอยุธยา

 

 

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการดังกล่าวเป็นการทดลองเดินรถในระยะแรก โดย รฟท. จะติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิด หากมีปริมาณผู้ใช้บริการเป็นไปตามเป้าหมาย รฟท. ได้เตรียมแนวทางพัฒนาและขยายรูปแบบการให้บริการเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน พร้อมมุ่งหวังให้ขบวนรถดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางประจำวันและการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในโอกาสเดียวกัน คณะสื่อมวลชนยังได้เข้าศึกษาดูงานความก้าวหน้าของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ในสัญญาที่ 4–5 ช่วงบ้านโพ–พระแก้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงสำคัญของโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพมหานคร–หนองคาย โดยปัจจุบันผลงานก่อสร้างงานโยธายังมีความล่าช้าจำเป็นต้องกำกับงานก่อสร้างให้ต่อเนื่องกับงานติดตั้งระบบรางและระบบอาณัติสัญญาณ โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาค สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 

สำหรับรูปแบบสถานีอยุธยา ได้มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่มรดกโลก ตามข้อเสนอแนะขององค์การยูเนสโกและกรมศิลปากร โดยสถานีมีความยาวรวม 450 เมตร ตัวอาคารหลักกว้าง 38.7 เมตร พร้อมทางเข้า–ออก 3 จุด รวมถึงสิ่งอำนวยความ อาคารห้องควบคุม อาคารโรงไฟฟ้าย่อย พื้นที่จอดรถยนต์ และงานภูมิสถาปัตยกรรมโดยรอบ

 

 

ทั้งนี้ ได้มีการปรับแบบเพื่อลดผลกระทบด้านทัศนียภาพของแหล่งมรดกโลก โดยลดความสูงของโครงสร้างทางวิ่งจาก 19 เมตร เหลือ 17 เมตร และลดความสูงของอาคารสถานีจาก 54 เมตร เหลือ 28 เมตร รวมถึงปรับลดขนาดพื้นที่สถานีลงประมาณร้อยละ 13 เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ

 

ส่วนของการดำเนินงานก่อสร้างสัญญา 4-5 จำนวน 1 สัญญา โดยแบ่ง 2 ส่วน ส่วน 1 ครอบคลุมงานสำรวจโบราณคดี งานก่อสร้างทางวิ่ง และงานโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ และส่วนที่ 2 เป็นงานก่อสร้างสถานีอยุธยา ทั้ง 2 ส่วน กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 36 เดือน โดยงานก่อสร้างในพื้นที่สถานีจะดำเนินการได้ภายหลังจากได้รับความเห็นชอบจากกรมศิลปากร และผ่านการสำรวจทางโบราณคดีเรียบร้อยแล้ว

 

นอกจากนี้  รฟท.ยังได้จัดกิจกรรมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟในเส้นทาง กรุงเทพ – อยุธยา – ชุมทางบ้านภาชี – อุโมงค์พระพุทธฉาย – ชุมทางคลองสิบเก้า – ชุมทางฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ เพื่อมุ่งเน้นการสะท้อนศักยภาพของโครงข่ายระบบรางไทยที่สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นเมืองมรดกโลก และเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อสถานีฉะเชิงเทรา ผ่านอุโมงค์พระพุทธฉาย”

 

 

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวนำเสนอในรูปแบบการนำเที่ยวแบบวันเดียว (One Day Trip) ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางสามารถกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดสำคัญที่เป็นที่นิยมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดฉะเชิงเทราได้ครบทั้ง 2 จังหวัดภายในวันเดียว อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแสดงถึงความพร้อมของระบบขนส่งทางรางในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของประเทศ

 

“การดำเนินการเปิดทดลองเดินรถ KIHA 40 และ KIHA 48 ในรูปแบบ Feeder เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับโครงข่ายระบบรางให้เชื่อมโยงการเดินทางเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และประสิทธิภาพในการเดินทางของประชาชนในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมปรับปรุงให้ตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารต่อไป”

 

#การรถไฟแห่งประเทศไทย #รฟท #kiha40 #kiha48 #ข่าวจริง #thefacts #fact #facts

 


SHARE THIS