เปิดสาเหตุ? หุ้นตก 100 จุด ทองร่วง 2,000 เกิดจากอะไร-ฟื้นเมื่อไร
เปิดสาเหตุหุ้นไทยตกกว่า 100 จุด จนต้องปิดพักการซื้อขาย ทองคำลง 2,000 บาท เกิดจากอะไร และแนวโน้มทิศทางการลงทุนต่อไป จะไปทางไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในวันที่ 4 มีนาคม 2569 ตกอยู่ในสภาวะผันผวนอย่างรุนแรงและเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งวัน โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญมาจากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ตลอดจนการปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ทั้งนี้ ดัชนี SET เปิดตลาดภาคเช้าด้วยทิศทางดิ่งลงทันทีและปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเวลา 12:18 น. ดัชนีได้ทรุดตัวลงไปแตะจุดต่ำสุดของวันโดยลดลงถึง 117.52 จุด หรือคิดเป็นการปรับตัวลดลง 8.01% ไปแตะจุดต่ำสุดของวันที่ระดับ 1,341.14 จุด ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องประกาศใช้มาตรการพักการซื้อขายชั่วคราวหรือ Circuit Breaker ระดับที่ 1 เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี เพื่อให้นักลงทุนได้มีเวลาประเมินข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบ
ในช่วงบ่ายหลังจากกลับมาเปิดทำการซื้อขายอีกครั้ง ดัชนีเริ่มมีแรงซื้อคืนกลับเข้ามาบ้างส่งผลให้สามารถลดช่วงลบลงได้ส่วนหนึ่ง ก่อนจะมาปิดตลาดที่ระดับ 1,384.61 จุด ลดลงสุทธิ 81.90 จุด หรือลดลงร้อยละ 5.58 โดยมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นเป็นประวัติการณ์รวมทั้งสิ้น 159,372.02 ล้านบาท
สำหรับการลงทุนพบว่า
- นักลงทุนสถาบันมียอดขายสุทธิ 5,422.86 ล้านบาท
- กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 9,564.79 ล้านบาท
- กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศยังคงเข้าซื้อสุทธิสวนทางตลาด 1,023.24 ล้านบาท
- นักลงทุนทั่วไปในประเทศเป็นกลุ่มที่เข้าซื้อสุทธิมากที่สุดถึง 13,964.41 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าเป็นจังหวะในการเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาปรับตัวลดลงมาแรง ท่ามกลางการเฝ้าระวังสถานการณ์โลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
สาเหตุที่ทำให้หุ้นไทยตกหนัก
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ: สถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก (Panic Selling) และเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และเงินดอลลาร์
- ความกังวลเรื่องการปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ”: ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากเกิดการปิดเส้นทางจะกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกกว่า 20% ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (LNG) พุ่งสูงขึ้นทันที
- โครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาพลังงานนำเข้าสูง: ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก เมื่อราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้น จึงกระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพโดยตรง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซ LNG เป็นเชื้อเพลิงหลัก รวมถึงกลุ่มการบินและขนส่ง
- แรงขายทำกำไรหลังจากปรับตัวขึ้นแรง: ก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในช่วงต้นปี 2569 เมื่อมีปัจจัยลบที่รุนแรงเข้ามากระทบ จึงเกิดแรงเทขายทำกำไร (Profit Taking) ออกมาพร้อมกัน รวมถึงมีแรงขายจากบัญชีมาร์จิ้น (Margin Call) และการบังคับขาย (Forced Sell) เข้ามาสมทบ
- การปิดทำการในวันหยุด: ตลาดหุ้นไทยเพิ่งเปิดทำการหลังจากวันหยุด ทำให้ต้องรับแรงกระแทกจากข่าวร้ายที่สะสมมาในช่วงที่ตลาดปิด ยิ่งกดดันให้ดัชนีทรุดตัวลงแรงกว่าตลาดเพื่อนบ้านในทันทีที่เปิดตลาด
แนวโน้มและทิศทางในอนาคต
- ระยะสั้น (เฝ้าระวัง): ตลาดยังคงมีความผันผวนสูง โดยปัจจัยชี้ขาดคือ “ราคาน้ำมัน” และความยาวนานของสงคราม หากสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะเจรจาได้ ดัชนีอาจมีการทดสอบแนวรับสำคัญถัดไป อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีฟื้นตัวขึ้นมาจากจุดต่ำสุดกว่า 20 จุดในช่วงท้ายวัน แสดงให้เห็นว่าเริ่มมีแรงซื้อคืนในกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง
- ระยะกลาง (โอกาสในการสะสม): นักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง แม้ราคาหุ้นจะลดลงกว่า 15% จากต้นปี แต่เศรษฐกิจไทยยังมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น หากสถานการณ์สงครามเริ่มทรงตัว จะเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันสูง เช่น กลุ่มสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือกลุ่มเดินเรือ (PSL, TTA) ที่ได้อานิสงส์จากค่าระวางเรือที่พุ่งขึ้น
- กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำให้นักลงทุนถือเงินสดสำรองไว้ประมาณ 30–50% เพื่อรอจังหวะที่ดัชนีเริ่มนิ่ง และเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ทนทานต่อภาวะเงินเฟ้อหรือหุ้นที่มีปันผลสูงเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน
ผู้สื่อข่าว สรุปสถานการณ์ราคาทองคำในประเทศประจำวันที่ 4 มีนาคม 2569 ถือเป็นวันที่ราคาทองคำมีความผันผวนสูงมาก โดยสมาคมค้าทองคำมีการปรับเปลี่ยนราคาระหว่างวันถึง 41 ครั้ง และปิดตลาดด้วยการปรับลดลงรวมถึง 2,050 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณ ดังนี้ครับ
ช่วงเปิดตลาด (เวลา 09:04 น.) ราคาทองคำเปิดตัวลดลงทันที 1,550 บาท ทำให้ราคาเป็นดังนี้:
-
ทองคำแท่ง: รับซื้อ 77,500 บาท / ขายออก 77,700 บาท
-
ทองรูปพรรณ: รับซื้อ 75,951.60 บาท / ขายออก 78,500 บาท
ช่วงปิดตลาด (ประกาศครั้งที่ 41) ราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องจนกระทั่งปิดตลาด โดยสรุปราคาขายออกสุดท้ายของวันอยู่ที่:
-
ทองคำแท่ง: รับซื้อ 77,000 บาท / ขายออก 77,200 บาท
-
ทองรูปพรรณ: รับซื้อ 75,466.48 บาท / ขายออก 78,000 บาท
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำร่วงหนักในวันนี้ มาจากแรงกดดันของดุลค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และนักลงทุนเริ่มคลายความตื่นตระหนกเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางบางส่วน รวมถึงมีการเทขายทำกำไรหลังจากที่ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนหน้านี้ครับ
#หุ้นไทยตก100จุด #สาเหตุหุ้นตก #ทำไมหุ้นตกแรง #พักการซื้อขายชั่วคราว #CircuitBreaker #thefacts #facts #facts #ข่าวจริง

