29 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » นายก ตอบโต้กัมพูชา ‘ไม่มืออาชีพ’ คุยอย่าง โพสต์โซเชียลอีกอย่าง

นายก ตอบโต้กัมพูชา ‘ไม่มืออาชีพ’ คุยอย่าง โพสต์โซเชียลอีกอย่าง

SHARE THIS

นายก ตอบโต้กัมพูชา ไม่มีความเป็นมืออาชีพ โพสต์โซเชียลทำเกิดความวุ่นวาย ไม่เป็นผลดีทั้ง 2 ฝ่าย ย้ำ ไทยเป็นรัฐเอกราชที่มีศักดิ์ศรี รัฐบาล – กองทัพไทย มีจุดยืนร่วมกันปกป้องอธิปไตย แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและความร่วมมือทวิภาคี

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมฝ่ายความมั่นคงเพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยระบุว่า การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ที่เพิ่งเสร็จสิ้น มีความก้าวหน้าในการสร้างความเข้าใจระหว่างสองประเทศ และยืนยันว่าการหารือจะดำเนินต่อไปภายใต้กรอบ JBC และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค RBC พร้อมเตรียมจัดตั้ง “คณะทำงานเฉพาะกิจ” ทีมประเทศไทย โดยมอบหมายให้ รมช.กลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามและประสานงานด้านข่าวสารและความมั่นคงอย่างใกล้ชิด

 

ทั้งนี้ ไทยยืนยันไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก รวมถึงการดำเนินการใดที่อยู่นอกกรอบทวิภาคีที่ได้ตกลงกันไว้ โดยรัฐบาลได้เตรียมทีมกฎหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างรอบด้าน พร้อมยืนยันว่าไทยไม่ได้ปิดด่านชายแดน แต่ปรับเวลาเปิด–ปิดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้านความมั่นคง และได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาเพื่อหารือในระดับกองทัพ เพื่อให้การบริหารจัดการชายแดนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย

 

“ทุกประเทศเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกัน ต้องคุยกันในกรอบทวิภาคี เพื่อให้เป็นไปตามกลไกระหว่างประเทศ สิ่งที่สื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่อยู่นอกกรอบความตกลงระหว่างประเทศ ทำให้เกิดผลลบต่อทั้งสองประเทศ พร้อมย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งด้านเศรษฐกิจและความสงบเรียบร้อยของชุมชน”

น.ส.แพทองธาร กล่าวย้ำว่า รัฐบาลและกองทัพไทยมีจุดยืนร่วมกันในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ โดยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและการเผชิญหน้าทางทหาร ขอให้ประชาชนมั่นใจในความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะรัฐเอกราชที่มีศักดิ์ศรี และขอให้ทุกฝ่ายสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลและกองทัพเพื่อรักษาสันติภาพและผลประโยชน์ของชาติอย่างยั่งยืน

 

เมื่อถามถึงกรณีสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ประกาศจะปิดด่านชายแดนทุกด่าน ในที่ประชุมได้หารือเรื่องนี้หรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการปิดด่าน ไทยไม่ได้ปิดเพียงแต่กำหนดเวลาการเปิดปิดเปลี่ยนไปจากเดิม และเราได้ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้กองทัพเป็นผู้ดูสถานการณ์

 

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าเราได้มีการพูดคุยตลอด โดยตนคุยกับ พล.อ.ฮุน  มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาครั้งแรกวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ตกลงความเห็นร่วมกันว่าเราต้องการสันติภาพระหว่างสองประเทศ ไม่ต้องการความขัดแย้ง ต้องการการรักษาชีวิตของประชาชน รวมถึงไม่ต้องการให้เสียเลือดเนื้อของทหารทั้งสองประเทศ คือสิ่งที่เห็นตรงกันและพูดคุยกันมาเรื่อยๆ

 

ตนพยายามให้อยู่ในกรอบทวิภาคีที่ทุกประเทศเมื่อมีการสื่อสารกันเราต้องมีกรอบความเข้าใจร่วมกัน แน่นอนว่าการพูดคุยกันหลังไมค์มีแน่นอน โดยตกลงกันว่าอะไรอย่างไร แต่สิ่งที่สื่อสารออกมาทางโซเชียลที่นอกกรอบ และเป็นการสื่อสารที่ไม่มืออาชีพที่ออกมาเรื่อยๆ ทำให้เกิดความวุ่นวายในการจัดการ ทั้งสิ่งที่คุยกันหลังไมค์และอย่างเป็นทางการ คิดว่าการสื่อสารแบบนี้ทำให้เกิดผลลบกับทั้งสองประเทศ

 

ข้อความที่ทางกัมพูชาได้โพสต์ เราต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนทั้งไทยและกัมพูชาด้วย และวันนี้ดิฉันได้ส่งข้อความว่าจะมีการประชุมในวันนี้ก่อน เพื่อรายงานผลว่าเราจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยเสนอให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ซึ่งเป็นการประชุมระดับกองทัพของทั้งสองประเทศ ให้พูดคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

ขณะเดียวกัน ช่วงบ่ายวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญคณะทูตานุทูตต่างประเทศในประเทศไทย เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจร่วมกัน ถึงท่าทีของประเทศไทยที่ยึดมั่นในหลักการเจรจาระหว่างประเทศและกฎหมายสากล

 

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ปิดด่านเขมร #ข่าวจริง #นายกรัฐมนตรี #ฮุนเซน #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact


SHARE THIS