30 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » เปิดเงื่อนไข แก้หนี้ภาคประชาชน บ้าน-ธุรกิจ 3 ล้าน รถ 7 แสนเริ่มปีหน้า

เปิดเงื่อนไข แก้หนี้ภาคประชาชน บ้าน-ธุรกิจ 3 ล้าน รถ 7 แสนเริ่มปีหน้า

SHARE THIS

สมาคมธนาคารไทยเปิด เงื่อนไข แก้หนี้ภาคประชาชน  กู้บ้าน-ธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่เกิน 3 ล้าน รถยนต์ 7 แสน ผ่อนต้น 3 ปี  ไม่จ่ายดอก คาดเริ่ม ม.ค.ปีหน้า

 

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ทั้งรายย่อย และเอสเอ็มอีรายเล็กว่า คาดจะเห็นตัวมาตรการจะชัดเจน และเริ่มมีผลบังคับใช้ได้ในต้นปี 2568 นี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

 

ทั้งนี้ กลุ่มที่เข้าเกณฑ์การช่วยเหลือครั้งนี้ คือกลุ่มสินเชื่อรายย่อย ต้องค้างชำระหนี้ และเป็นหนี้เสียไม่เกิน 1ปี ก่อน 31ต.ค. 2567 โดยกำหนดการช่วยเหลือสำหรับลูกหนี้บ้าน ราคาต้องไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน ส่วนสินเชื่อรถยนต์ต้องไม่เกินวงเงิน 7 แสนบาท ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีต้องมีวงเงินสินเชื่อค้างชำระไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อสถาบันการเงิน

 

“มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการชั่วคราว ที่ทำเป็นเพียงระยะสั้น ไม่เกิน 3 ปี เพราะไม่ต้องการให้เกิดพฤติกรรมจงใจผิดนัดชำระหนี้ หรือ Moral hazard”

 

สำหรับ แหล่งเงินทุนในการออกมาตรการจะมาจากสองส่วน คือการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูเพื่อสถาบันการเงิน(FIDF) ทั้งระบบเหลือ 0.23% จาก0.46% และอีกส่วนมาจากเงินสนับสนุนจากภาคธนาคาร  โดยเบื้องต้นจะมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อนำเงินมาใช้ในการสนับสนุนมาตรการดังกล่าวจากภาครัฐ 50% และภาคธนาคารอีก 50% เพื่อนำมาชดเชยในส่วนของดอกเบี้ย คาดว่าจะมีวงเงินรวมประมาณ 1.4 ล้านบาท ซึ่งการสมทบของธนาคารพาณิชย์นั้นขึ้นอยู่กับวงเงินลูกหนี้ของแต่ละแห่ง

 

เงื่อนไขการแก้หนี้

  • ผ่อนชำระเฉพาะเงินต้น และพักชำระดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
  • หากลูกหนี้ปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด จะได้รับยกเว้นสำหรับดอกเบี้ยที่พักแขวนไว้
  • สำหรับลูกหนี้ที่มีวงเงินสินเชื่อขนาดเล็กที่เป็นไปตามเกณฑ์สำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เป็นสัญญาเงินกู้ที่ทำก่อน 1 มกราคม 2567
  • เป็นสัญญาที่ประสบปัญหาการชำระหนี้ตามเกณฑ์ที่กำหนด อ้างอิงข้อมูล ณ 31 ตุลาคม 2567

 

#มาตรการแก้หนี้แบงก์ #แก้หนี้รถ #แก้หนี้บ้าน #ผ่อนบ้านไม่ไหว #ผ่อนรถไม่ไหว #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact


SHARE THIS