2 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ส่งออก สิงหาโต 7% สินค้าเกษตรชูโรง ผลไม้-ข้าว-ยาง พุ่ง 17%

ส่งออก สิงหาโต 7% สินค้าเกษตรชูโรง ผลไม้-ข้าว-ยาง พุ่ง 17%

SHARE THIS

ส่งออก ส.ค.67 โต 7% สินค้าเกษตรชูโรง ผลไม้-ข้าว-ยาง พุ่ง 17% จับตาค่าเงินบาทแข็งค่ากระทบการค้าปลายปี เสี่ยงขาดทุน

 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ยอดการส่งออกเดือนส.ค.67 มีมูลค่า 26,182 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7%  คิดเป็นเงินบาท 939,521 ล้านบาท เพิ่ม 13% การนำเข้า 25,917 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้น 8.9% หรือ 941,019 ล้านบาท เกินดุลการค้า 264.9 ล้านดอลลาร์ฯ แต่คิดเป็นเงินบาทขาดดุล 1,497 ล้านบาท

 

ขณะที่ยอดส่งออกช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) มีการส่งออก 197,192 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่ม 4.2%  คิดเป็นเงินบาท 7.06 ล้านล้านบาท การนำเข้า 203,543 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่ม 5% หรือ 7.37 ล้านล้านบาท ขาดดุลการค้า 6,351 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 309,432 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกเดือนส.ค.67 เพิ่มขึ้นมาจากความต้องการซื้อสินค้าเกษตรและอาหาร กำลังซื้อของคู่ค้าหลักเติบโตจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้น ค่าระวางเรือขนส่งสินค้าบางเส้นทางลดลง ส่งผลให้การส่งออกเติบโตทุกกลุ่มสินค้า โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่ม 17.4%  ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือนติด อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง, ข้าว, ยางพารา, อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป, อาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

 

ส่วนกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมโต 5.2% ขยายตัว 5 เดือนติด อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ, เคมีภัณฑ์, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เป็นต้น ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญขยายตัวได้ ทั้งตลาดหลัก สหรัฐฯ จีน อาเซียน และสหภาพยุโรป รวมถึงตลาดรอง อาทิ เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง

 

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้น แม้จะกระทบต่อการส่งออกไทยบ้างโดยเฉพาะสินค้าเกษตร แต่จะไม่กระทบการส่งออกภาพรวม ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายเติบโตปีนี้ไว้ที่ 1-2%  มูลค่า 290,776 ล้านดอลลาร์ฯ หรือประมาณ 10 ล้านล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากเศรษฐกิจโลก และคู่ค้าสำคัญมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น ทั้งสหรัฐฯ จีน ส่งผลให้กำลังซื้อเพิ่มขึ้น และต้องการสินค้ามากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหาอุทกภัยในประเทศ ที่ทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง แต่กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อทำให้การขยายตัวเป็นไปตามเป้าหมาย

 

ด้านนายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่า ต้องเฝ้าระวังสูงสุด เพราะอาจทำให้ผู้ส่งออกสินค้าเกษตร หรือเอสอ็มอี ขาดสภาพคล่อง และขาดทุนได้ เพราะการส่งออกในเดือนส.ค. กว่าลูกค้าจะได้รับเงินก็ต้องเดือนก.ย.-ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่เงินบาทแข็งค่ามากกว่าเดือนส.ค. และเมื่อนำรายได้จากการส่งออกในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มาแลกเป็นเงินบาทจะลดลงมาก และอาจขาดทุนได้ ส่วนการเจรจาออเดอร์เพื่อส่งมอบในเดือนพ.ย.-ธ.ค. อาจทำให้ผู้ส่งออกไม่กล้ารับออเดอร์ เพราะเงินบาทผันผวน

 

“ตอนนี้ ภาคส่งออกได้รับผลกระทบมากจากค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว และรุนแรง จากเดิมที่มีปัญหาต้นทุนสูงอยู่แล้ว แต่หากภาครัฐจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาทอีก ก็จะยิ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้น กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน ถ้าเป็นไปได้ อยากขอให้รัฐเลื่อนการขึ้นค่าแรง 400 บาทออกไปก่อน”

 

#บาทแข็งค่า #ส่งออกสิงหาคม #ส่งออกติดลบ #ส่งออกโต #ส่งออกผลไม้ #สนค #ข่าวจริง #Thefacts #facts #fact


SHARE THIS