เกิดอะไรขึ้น เมื่อ IMF หั่นจีดีพีไทยเหลือ 2.7% สวนทาง ศก.โลกที่ฟื้นตัว
เกิดอะไรขึ้น เมื่อ IMF ปรับลดจีดีพีไทย ปี 67 เหลือแค่ 2.7% สวนทางกลับเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะดีขึ้นจาก 3.1% เป็น 3.2%
นายปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูแรงชาส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย เปิดเผยในงานแถลงข่าวประจำปี 2567 ว่า ไอเอ็มเอฟ ได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2567 เป็น 3.2% จากเดิม 3.1% โดยเศรษฐกิจโลกจะยังคงเติบโตอย่างช้าๆ แต่มีเสถียรภาพ
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 รวมถึงวิกฤตค่าครองชีพทิ้งแผลเป็นทางเศรษฐกิจให้กับหลายประเทศ แต่ก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวสู่ระดับก่อนโควิดได้อย่างรวดเร็วกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ดี แนวโน้มในภาพรวมคาดว่า เงินเฟ้อจะปรับตัวลดลงตลอดทั้งปี และหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ อยู่ในจุดที่เริ่มผ่อนคลายดอกเบี้ยลงได้ แต่อาจจะไม่เร็วอย่างที่ตลาดคาดหวัง
รายงานจาก IMF ฉบับเดือนเม.ย.2567 ระบุด้วยว่า อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ IMF กลับปรับลดคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีแท้จริง (Real GDP) ประเทศไทยตลอดปี 2567 ไปอยู่ที่ 2.7% จากเดิมอยู่ที่ 4.4 ในเดือนม.ค.67 แต่ปรับการเติบโตจีดีพีปี 2568 เพิ่มจาก 2.0% มาอยู่ที่ 2.9%
สาเหรับสาเหตุที่ทำให้ปรับลดจีดีพีไทยลง คาดการณ์ได้จากรายงานฉบับล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปรับลดคาดการณ์การเติบโตอุปสงค์ภายในประเทศลงเหลือ 3.1% โดยการลงทุนของภาครัฐเหลือ 1% ทั้งหมด จึงทำให้ไอเอ็มเอฟปรับลดคาดการณ์การเติบโตการบริโภคภายในประเทศของไทยลงเหลือ 3% ลดจากก่อนที่จะเติบโตถึง 6%
#ลดจีดีพี #ไอเอ็มเอฟ #IMF #จีดีพีไทย #เศรษฐกิจไทย #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

