4 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » เริ่มแล้ว สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ห้ามโทรออกเกิน 100 สายต่อวัน-ห้ามถือซิมเกิน 50 เลข

เริ่มแล้ว สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ห้ามโทรออกเกิน 100 สายต่อวัน-ห้ามถือซิมเกิน 50 เลข

SHARE THIS

รัฐบาล เริ่มใช้มาตรการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระงับทันทีหากโทรออกเกิน 100 สายต่อวัน ด้าน กสทช. เรียกคนถือซิมเกิน 50 หมายเลขสอบ หลังพบประชาชนถูกหลอก ดูดเงิน

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบ ชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการเลขาธิการ กสทช., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วย ผู้บริหาร AIS TRUE แถลงข่าวร่วมกันเรื่องมาตรการจัดการซิมม้าแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าพี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนจากการถูกหลอกและโกงจากภัยไซเบอร์ ซึ่งเป็นอันดับต้นๆ ของความทุกข์ร้อนของคนในประเทศ โดยท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงความสำคัญที่จะต้องขจัดภัยร้ายนี้ให้ออกจากสังคมไทย เพราะทุกๆ ที่ที่ไปเยี่ยมเยียนประชาชน มีการร้องทุกข์อย่างมาก จึงมีข้อสั่งการให้รัฐบาล ดำเนินการขจัดภัยนี้อย่างเร่งด่วน ด้วยรู้ว่าภัยนี้เป็นภัยระดับชาติที่ทั้งโลกกำลังประสบปัญหา โดยศัตรูซ่อนอยู่ในที่ที่เรามองไม่เห็น โดยให้กระทรวงดีอี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กสทช. เร่งดำเนินการขจัดภัยร้ายนี้ เพื่อนำความมั่นใจของประชาชนต่อระบบไซเบอร์ของประเทศกลับคืนมา พร้อมทั้งได้ประชุมกับ กสทช. อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

 

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์ AOC ใน เดือน 1 เดือน (1-30 พ.ย. 66) ได้มีการรับแจ้งเข้ามาที่ศูนย์กว่า 80,000 สาย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เยอะมาก เราจึงต้องมีมาตรการที่เข้มข้นในการจัดการเรื่องนี้และได้ดำเนินการร่วมกับ กสทช. และค่ายโทรศัพท์มือถือ เพื่อจัดการผู้ต้องสงสัยผู้เข้าข่ายหลอกลวง โดยพุ่งเป้าไปที่เบอร์โทรที่โทรออกมากผิดปกติต่อวัน เช่น 100 ครั้งต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่น่าสงสัย

 

โดยได้ตรวจเจอว่า ตั้งแต่วัน 9 ถึง 11 ธันวาคม ทั้งสิ้น 12,500 เบอร์ และจะทำการพักใช้ทุกเบอร์ทันทีรวมทั้งจะมีการประชุมยกระดับมาตรการต่างๆ เพื่อให้เป็นการทำงานเชิงรุก อีกตัวอย่างคือ ตอนนี้มี 6 ล้านเลขหมายที่ขึ้นทะเบียนแบบไม่ถูกต้องเข้าข่ายผิดกฎหมาย และอยากเร่งรัดผู้ถือครองซิมมายืนยันตัวตนภายใน 30 วัน หากไม่มาดำเนินการเราจะระงับการโทรออก และให้รับสายได้อย่างเดียว

 

สำหรับสาเหตุและการใช้งานซิมโทรศัพท์ที่เป็นเหตุของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่า ซิมม้าหรือซิมที่คนร้าย หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในหลอกลวงประชาชนทางออนไลน์ พบพฤติกรรมที่ต้องสงสัยในการใช้งานเพื่อเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงสร้างปัญหากับประชาชนเป็นอย่างมาก กล่าวคือ ซิมโทรศัพท์หนึ่งเบอร์ ใช้โทรออกมากกว่า 100 ครั้งต่อวัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติ และยังขาดการป้องกันที่ดีพอ หรือ พบการลงทะเบียนหรือชื่อผู้ใช้งานที่ถือครองซิมเป็นหลายร้อยเลขหมาย ที่ยังไม่ได้ยืนยันแสดงตัวตนให้ถูกต้อง อาจเป็นช่องทางของผู้ร้ายในการใช้ซิมม้าในการก่ออาชญากรรม

 

นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการใช้บัตรประจำตัวชาวต่างด้าวมาลงทะเบียนซิมการ์ดเปิดใช้งานและขายให้แก่บุคคลทั่วไป ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นช่องทางให้โจรใช้ในการหลอกลวงประชาชน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจับกุม ครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ อาทิ ที่ แม่สอด จังหวัดตาก พร้อมของกลางซิมพร้อมใช้งาน 4,379 หมายเลข และ ที่ชุมพร พบของกลางกว่า 10,000 หมายเลข

 

ด้าน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ด กสทช. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีหมายเลขทั้งหมด 12,500 หมายเลข ที่ใช้การโทรออกและมีการรับสายมากกว่า 100 ครั้ง จะถูกระงับการใช้จนกว่าจะรายงานตัว เพื่อพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าเป็นการใช้บริการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งทาง กสทช.ได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจ เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินการของผู้ประกอบการ เพื่อเป็นไปตามนโยบายที่เคร่งครัด

 

พร้อมทั้งการดำเนินการตามแผนขั้นที่ 2 ที่จะตัดวงจร และตามไล่อุปกรณ์ และเสาสัญญาณเถื่อน รวมถึงการปรับปรุงด้านความปลอดภัยทางด้านวิศวกรรม และเทคโนโลยีของโครงสร้างพื้นฐานของโทรคมนาคมตามชายขอบ มีบุคคลกว่า 14,500 คน ที่มีซิมการ์ดอยู่มากกว่า 50 ซิม ภายใต้ชื่อเดียวกัน รวมแล้วอาจมีถึง 6 ล้านเลขหมาย ดังนั้นอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ซึ่ง กสทช. จะดำเนินการสื่อสารให้เจ้าของหมายเลขดังกล่าวมาขึ้นทะเบียนยืนยันตัวตน ตามที่ระยะเวลากำหนดไว้ และอาจจะต้องมีการระงับบางส่วน หากพบว่าใช้ซิมอย่างผิดกฎหมาย

 

พร้อมกันนี้ ยังได้กำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่าง AOC สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงาน กสทช. และ ผู้ให้บริการเครือข่ายฯ ออกมา 3 กรณี คือ

 

  1. เมื่อตรวจสอบพบว่ามีหมายเลขโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทาง AOC จะแจ้งผู้ให้บริการโทรศัพท์ หรือโอเปอร์เรเตอร์ ยกเลิกหมายเลขบริการดังกล่าวโดยทันที อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นฐานอำนาจให้ผู้บริการโทรศัพท์พร้อมดำเนินการ
  2. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตรวจสอบหมายเลขอื่น ของผู้ใช้บริการที่เป็นหมายเลขที่ใช้กระทำความผิด และให้แจ้งผู้ให้บริการรายอื่นที่เป็นเจ้าของหมายเลข ขยายผล ตรวจสอบ หากพบผิดปกติให้ระงับบริการ แต่ถ้าจะพิสูจน์ตัวตน ต้องมารายงานตัว อีกกรณี คือ หากมีการใช้งานเกิน 100 สายต่อวัน ให้มีหนังสือไปถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระงับเลขหมายต้องสงสัย หากพบการโทรออกมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นให้ติดต่อเจ้าของเบอร์เพื่อมาแสดงตนใน 7 วัน หรือหากแสดงตน แต่ไม่สามารถชี้แจงการใช้งานได้ ก็ให้แจ้ง AOC เพื่อสืบสวนการใช้งานต่อไป
  3. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องรายงานข้อมูลต่อรัฐทุกเดือน หรือตามความเหมาะสม รวมถึงการจัดทำข้อมูลผู้ให้บริการคอลเซ็นเตอร์อย่างแท้จริงด้วย ซึ่งต้องมาแสดงตนและเอกสารมายืนยันภายใน 15 วัน ก่อนใช้มาตรการโทรมากผิดปกติ ทั้งนี้มาตรการจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ (12 ธ.ค.) เป็นต้นไป

 

#มาตรการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ห้ามโทรเกิน100สาย #มีซิมเกิน50หมายเลข #แก๊งดูดเงิน #AOC #ซิมม้า #บัญชีม้า #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

 

 


SHARE THIS