ส่อง ไคลแม็กซ์การเมือง 22 ส.ค. ทักษิณกลับไทย-จับมือ 2 ลุงโหวต”เศรษฐา”นั่งนายก
สถานการณ์การเมือง ในสัปดาห์นี้ เข้าสู่ช่วงไคลแม็กซ์อย่างแท้จริง โดยมีเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการประกาศกลับไทยของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 22 ส.ค.66 โดยมีพรรค 2 ลุงเข้าร่วม รายละเอียด ดังนี้
เริ่มจากกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) บุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า วันที่ 22 ส.ค.นี้ เวลา 9.00 น. จะไปรับนายทักษิณ ที่สนามบินดอนเมือง
ล่าสุด สำนักข่าวบีบีซีไทย ได้นำคำให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ก่อนบินออกจากนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปประเทศสิงคโปร์ โดยนายทักษิณ กล่าวอีกว่า กำหนดการเดินทางกลับประเทศไม่เกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกฯ และมีแผนที่จะเดินทางกลับไว้แล้ว ก่อนที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาจะกำหนดวันยกมือโหวตเลือกนายกฯในวันที่ 22 ส.ค.นี้

ทักษิณกลับแน่ 22 ส.ค. ไม่เลื่อนแล้ว
“เดิมผมกำหนดกลับวันที่ 31 ก.ค. แต่รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันหยุด ผมจึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 10 ส.ค. แต่มีคนไปดูฤกษ์ดูยาม ให้เป็นวันที่ 22 ส.ค. เขาบอกว่าเป็นวันดี ซึ่งผมไม่เชื่อ แต่ไม่อยากขัดใจ อยากให้ทุกคนรักกัน อยากให้บ้านเมืองสงบ” นายทักษิณ กล่าว
นายทักษิณ ระบุด้วยว่า เหตุผลของการไม่เลือกกลับวันที่ 21 ส.ค. เพราะเป็นวันเกิดของลูกสาว น.ส.แพทองธาร ซึ่งคงไม่ได้ฉลองในวันนั้น เพราะต้องไปนอนในคุก โดยเมื่อเดินทางถึงไทยในวันที่ 22 ส.ค. คงต้องเป็นไปตามกระบวนการ รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ และพิมพ์ลายนิ้วมือ “ผมอายุเยอะแล้ว คิดถึงหลาน อยากอยู่กับครอบครัว”
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือว่านายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรค พท. จะได้เสียงสนับสนุนมากพอจาก สส. และ สว. ให้เป็นนายกฯคนที่ 30 ของไทย นายทักษิณ กล่าวว่า “แน่สิ”

นัดโหวตเลือกนายกฯ 10 โมงเช้า
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหารือถึงแนวทางการประชุมรัฐสภา วันที่ 22 ส.ค.ที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า
การโหวตเลือกนายกฯในวันที่ 22 ส.ค.จะเริ่มเวลา 10.00 น. จากที่เคยกำหนดเวลา 09.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ที่อาจจะมีการปิดถนนในบริเวณรอบรัฐสภา โดยจะแจ้งให้ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายรับทราบในวันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.)
พท.จับมือพรรคลุง รวบ 314 เสียง
ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า วันนี้ทีมเจรจาพรรค พท. ได้หารือร่วมกับแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ประกอบด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค อย่างเป็นทางการเพื่อเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเพราะทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันว่าประเทศมีวิกฤตจะต้องจับมือกันเป็นรัฐบาลสลายความขัดแย้งที่มีอยู่ให้หมดไป
การพูดคุยเป็นไปด้วยดี พรรค รทสช.เข้าใจจุดมุ่งหมายในการตั้งรัฐบาลครั้งนี้เพื่อแก้วิกฤตที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้พรรค พท.เตรียมแถลงร่วมกับทุกพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการอีกครั้งก่อนโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 22 สิงหาคม ทำให้ขณะนี้พรรค พท.สามารถรวมเสียงพรรคการเมืองที่สนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พท.ได้แล้ว 314 เสียง และยืนยันว่าการหารือวันนี้ยังไม่ได้พูดคุยหรือตกลงเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด ทุกอย่างจะชัดเจนขึ้นหลังโหวตนายกฯ เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่า 40 เสียงของพรรค พปชร.พร้อมโหวตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย
ด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี โฆษกพรรค รทสช. ยืนยันว่า ทั้ง 36 เสียง พร้อมโหวตแคนดิเดตนายกฯที่พรรคเพื่อไทยเสนอ

เศรษฐามั่นใจได้เป็น นายกฯ
เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์แสดงความเชื่อมั่นว่าจะมี สว. สส. และพรรคการเมืองให้การสนับสนุนตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย จะนำพาประเทศไทยฝ่าวิกฤต นำความกินดีอยู่ดีกลับมาสู่พี่น้องให้ได้
เศรษฐา ทวีสิน ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ทำงานที่แสนสิริ เราทำงานโปร่งใส มุ่งมั่นนำบริษัทไปสู่ความเจริญ โดยยึดหลักกฏหมายและธรรมาภิบาล ทำให้บริษัทฝ่าวิกฤตจนเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ เป็นที่ยอมรับของประชาชน มีบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก มีบริษัทให้คำปรึกษาด้านกฏหมายที่ดี จึงยืนยันได้ว่า เรายึดมั่นตามกฎหมายทุกอย่างทุกประการและสามารถตรวจสอบได้
เศรษฐา กล่าวต่อว่าคำกล่าวอ้างของนายชูวิทย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินแปลงสารสิน ที่ดินซอยทองหล่อนั้น แสนสิริเป็นผู้ซื้อ เราทำถูกต้อง ไม่มีสมคบคิด ไม่มีเงินทอนให้กับใครทั้งสิ้น ไม่มีการให้กู้ยืม การทำสัญญาจำนองก็เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาและห้ามผิดสัญญาของบริษัทผู้ขายและประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น บริษัทไม่มีนอมินีในการรับซื้อที่ เสียภาษีถูกต้องตามกฏหมายทุกอย่าง และไม่มีส่วนร่วมกับผู้ขายในการบริหารจัดการเรื่องภาษีซึ่งเป็นเรื่องของผู้ขายทั้งหมด
“การโจมตีเรื่องนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ตของพรรคเพื่อไทยนั้น นายชูวิทย์บิดเบือนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ามีเงินทอนมีการตั้งบริษัทดิจิทัลรองรับซึ่งเป็นเรื่องเท็จ เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ที่จะช่วยพี่น้องประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป ได้รับประโยชน์มากกว่า 50 ล้านคน ทำให้เกิดการจ้างงาน การผลิต พี่น้องประชาชนมีเงินจับจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ”
ส่วนความคืบหน้าในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลนั้น คณะเจรจาของพรรคเพื่อไทยรายงานความคืบหน้าการขอเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ ว่ามีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี มีหลายพรรคการเมืองตอบรับ และขอให้สมาชิกวุฒิสภาให้ความเห็นชอบเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ส่วนเศรษฐา ทวีสิน ก็ยืนยันชัดเจนว่ามีความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี
เศรษฐา กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ตอนตนเองตัดสินใจเข้ามาสู่การเมืองต้นเดือนมีนาคม มีผู้ใหญ่เตือนด้วยความหวังดี แต่ไม่ได้คาดคิดว่าจะเจอเรื่องบิดเบือนมากเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่ออาสาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ มุ่งมั่นเดินหน้าต่อไปในการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยต่อไป
“ผมเชื่อมั่นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยจะพาประเทศผ่านพ้นวิกฤต เนิ่นนานกว่า 3 เดือนแล้วที่เราควรต้องมีนายกรัฐมนตรี มีรัฐบาล ที่จะมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น”
#เพื่อไทย #ทักษิณกลับไทย #โหวตนายก #22สิงหา #เศรษฐา #พรรค2ลุง #ก้าวไกล #TheFacts #TheFactsnews #ข่าวจริง

