22 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ส่งออกเดือนก.ค.64 โต 20% ห่วงเดือนหน้าสะดุดภาคผลิตติดโควิด

ส่งออกเดือนก.ค.64 โต 20% ห่วงเดือนหน้าสะดุดภาคผลิตติดโควิด

SHARE THIS

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนก.ค.64 มีมูลค่า 22,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.27% และถ้าไม่รวมสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และอาวุธ ขยายตัวถึง 25.38%  คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 708,651 ล้านบาท และส่งออกรวม 7 เดือนของปี 64 (ม.ค.-ก.ค.) มีมูลค่า 154,985 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.20%  ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 22,467 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 45.94% และยอดรวม 7 เดือน มีมูลค่า 152,362.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.73% เกินดุลการค้า 2,622.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“ปัจจัยที่เกื้อหนุนให้ตัวเลขเดือนก.ค.ยังเป็นบวกได้ มาจากการฟื้นตัวของคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป รวมทั้งจีน ตลอดจนกระทรวงพาณิชย์มีทำงานร่วมกับเอกชนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของโลก มีตัวเลขเกิน 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่13  ทำให้โอกาสการซื้อขายกับสินค้ากับหลายประเทศในโลกเพิ่มขึ้น เงินบาทเริ่มอ่อนค่าลง ทำให้ไทยสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในตลาดโลก และราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้สินค้าที่เกี่ยวเนื่อง เช่น เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ ส่งออกได้ราคาดีขึ้น”

นายจุรินทร์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการระบาดของโควิดอาจจะมีผลกระทบได้ต่อการส่งออกในอนาคต โดยเฉพาะเดือนส.ค.-ก.ย.64 เป็นต้นไปที่เริ่มเห็นแล้ว เช่น การส่งออกผลไม้ หรือโรงงานผลิตเพื่อส่งออกบางแห่งต้องปิดตัว ทำให้ไม่สามารถผลิตได้ต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ในเพื่อนบ้านที่ไทยต้องส่งออกต่อเนื่องเริ่มมีการติดขัด เช่น การส่งออกผลไม้จากไทย ผ่านสปป.ลาว ไปเวียดนาม และเข้าจีน ก็มีปัญหาบางช่วงเวลา ต้องไปแก้หน้างานหลายครั้ง

นอกจากนี้ มาเลเซียก็อยู่ในสถานการณ์เข้มงวดส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำยางดิบ และทำให้กระทบราคา เพราะมาเลเซียเป็นตลาดใหญ่ ส่วนปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขณะนี้เข้าสู่ภาวะสมดุลแล้ว มีตู้นำเข้าสูงกว่าส่งออก 1.2 แสนบีทียู แต่มีบางช่วงที่ไม่สมดุลต้องการตู้มากแต่มีเข้าน้อย แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมา คือค่าระวางเรือที่แพงมาก และสินค้าบางตัวก็กระทบ เช่น ข้าวค่าระวางแพงกว่าราคาข้าวในตู้ทำให้ข้าวไทยสู้คู่แข่งไม่ได้ 


SHARE THIS