19 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ธ.ก.ส. เติมทุน 6,000 ล้าน ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยชาวไร่ปลูกอ้อยลดฝุ่น PM 2.5

ธ.ก.ส. เติมทุน 6,000 ล้าน ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยชาวไร่ปลูกอ้อยลดฝุ่น PM 2.5

SHARE THIS

ธ.ก.ส. เติมทุน 6,000 ล้าน  ชดเชยดอกเบี้ย ช่วยเกษตรกรปลูกอ้อยอย่างยั่งยืน ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ขอกู้ได้ถึง 30 ก.ย.67

 

นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยสำหรับบริหารจัดการแหล่งน้ำและซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรในไร่อ้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ปี 2565 – 2567 ซึ่งโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส. สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและโรงงานน้ำตาล

 

โดยมุ่งเน้นสนับสนุนแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ สถาบัน กลุ่มบุคคล หรือวิสาหกิจชุมชนชาวไร่อ้อย เพื่อบริหารจัดการแหล่งน้ำ เช่น การจัดหาแหล่งน้ำสำรองในการบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง การปรับพื้นที่การปลูกอ้อยไปสู่เกษตรแปลงใหญ่ และการซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตอ้อยและลดต้นทุนในระยะยาว ลดปัญหาอ้อยไฟไหม้ที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในไร่อ้อย สอดคล้องกับเป้าหมายในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร ลดการพึ่งพาแหล่งเงินทุนนอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม พร้อมเสริมสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่เกิดจากการเผาอ้อย

 

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันชาวไร่อ้อย กลุ่มบุคคลและวิสาหกิจชุมชน ที่ขึ้นทะเบียนการปลูกอ้อยกับ สอน. และเป็นคู่สัญญากับโรงงานน้ำตาลที่ให้การรับรองเกษตรกร วงเงินปีละ 2,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี วงเงินรวมกว่า 6,000 ล้านบาท โดยวงเงินแบ่งตามวัตถุประสงค์ในการกู้ ได้แก่

  • เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำในไร่อ้อย วงเงินสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท อาทิ การขุดบ่อสระกักเก็บน้ำ การเจาะบ่อบาดาล การจัดทำระบบน้ำ การจัดซื้อเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ให้น้ำในไร่อ้อยและการรวมกลุ่มสร้างหรือพัฒนาปรับปรุงระบบการส่งน้ำ
  • เพื่อปรับพื้นที่ปลูกอ้อยไปสู่เกษตรแปลงใหญ่ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (อัตราไร่ละไม่เกิน 2,500 บาท)
  • เพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร (ประเภทรถตัดอ้อย รถคีบอ้อย หรืออุปกรณ์ส่วนควบ) วงเงินสูงสุดไม่เกิน 26.05 ล้านบาท กรณีเป็นเกษตรกรบุคคล คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 6.50) โดยเกษตรกรจ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 2 ต่อปี รัฐบาลจะจ่ายชดเชยดอกเบี้ยแทนร้อยละ 3 ต่อปี และ ธ.ก.ส. รับภาระเองร้อยละ 1.5 ต่อปี กรณีเป็นกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันชาวไร่อ้อย กลุ่มบุคคล หรือวิสาหกิจชุมชน คิดอัตราดอกเบี้ย MLR (ปัจจุบัน MLR เท่ากับร้อยละ 4.88) โดยกลุ่มเกษตรกรจ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 2 รัฐบาลจะจ่ายชดเชยดอกเบี้ยแทนร้อยละ 2 ต่อปี และ ธ.ก.ส. รับภาระเองในอัตราร้อยละ 0.875 ต่อปี ทั้งนี้ กรณีกู้เงิน
  • เพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร (ประเภทรถแทรกเตอร์ รถบรรทุก และพ่วงบรรทุก) วงเงินสูงสุดไม่เกิน 11 ล้านบาท จะเรียกเก็บดอกเบี้ยจากผู้กู้ ทั้งเกษตรกรรายบุคคลและกลุ่มเกษตรกร ในอัตราร้อยละ 4 โดยรัฐบาลจะไม่ชดเชยในส่วนนี้ แต่ ธ.ก.ส. จะเป็นผู้รับภาระในส่วนที่เหลือแทน

 

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2567


SHARE THIS