19 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ไฟเขียว บัญชี TISA หักลดหย่อนภาษีจากการออมได้ 8 แสนต่อปี

ไฟเขียว บัญชี TISA หักลดหย่อนภาษีจากการออมได้ 8 แสนต่อปี

SHARE THIS

ครม.เศรษฐกิจ รื้อมาตรการหักลดหย่อนภาษีด้วยการออมใหม่ เปิดใช้บัญชี TISA หนุนคนไทยออม ซื้อประกัน-เงินสะสม-ลงทุนสูงสุด 8 แสนบาท ลดหย่อนภาษีได้ 1.3 เท่า ครอบคลุม 11.4 ล้านคน เริ่ม 1 ก.ค. 69

 

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2568  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ ได้พิจารณานโยบายควิก บิ๊ก วิน เรื่องของการเพิ่มโอกาสการออมและความมั่นคงทางการเงินของประชาชน รองรับการเข้าสู่สังคมสูงอายุ 4 แนวทาง ได้แก่

 

  1. โครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล หรือ TISA

โดยจะสามารถเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีตามการจ่ายจริงไม่เกิน 800,000 บาท ในหมวดประกัน เงินสะสมและการลงทุน เพิ่มจากเดิมซื้อรวมกันแล้วไม่เกิน 500,000 บาท โดยมีรายละเอียดสำคัญในการคำนวณค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

  • คนที่มีเงินได้พึงประเมินต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1.3 เท่า ของ 800,000 บาท (บัญชี TISA) หรือสูงสุด 1.04 ล้านบาท
  • คนมีเงินได้เกิน 1.5 ล้านบาท จะได้หักลดหย่อนภาษี 0.7 เท่า ของ 800,000 บาท หรือสูงสุด 5.6 แสนบาท

 

สำหรับ TISA เป็นภาคสมัครใจ คนไทยสามารถเปิดบัญชี TISA กับผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เป็นต้น มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 69 เป็นต้นไป

 

โดยมีช่วงเปลี่ยนผ่านจากมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว มาสู่มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านบัญชี TISA  ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 ซึ่งผู้มีเงินได้ต้องถือหลักทรัพย์ในบัญชีไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อหลักทรัพย์ครั้งแรก และไถ่ถอนหลักทรัพย์ได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี คาดมีผู้ได้ประโยชน์ 11.4 ล้านคน

 

  1. โครงการพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” รัฐบาลเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงการออมที่มั่นคงผ่าน พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส เพื่อสร้างความมั่นใจในการออมระยะยาวด้วยพันธบัตรรัฐบาลที่มีความมั่นคงสูง และออกขายอย่างต่อเนื่องเดือนละครั้ง โดยการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส จะทำได้ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งออนไลน์ผ่านระบบ Bond Connect และออฟไลน์ผ่านสาขาธนาคารพาณิชย์ ช่วยแก้ข้อจำกัดและความยุ่งยากในอดีตที่ประชาชนต้องต่อคิวยาวนอกจากนี้ พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ยังสามารถนำไปขายได้ในตลาดรองเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้สภาพคล่องด้วยราคาที่ผ่านกลไกตลาด ทำให้มี ความโปร่งใสและช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความสบายใจให้กับผู้ถือพันธบัตร

 

  1. มาตรการยกเว้นอากรแสตมป์สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) เพื่อให้ประชาชนรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการประกันภัยขั้นพื้นฐานได้ ด้วยเบี้ยประกันภัย ที่ไม่สูงมากความคุ้มครองและเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ไม่ซับซ้อน ข้อยกเว้นที่น้อย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมวินัยทางการเงิน การออม และใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือการบริหารความเสี่ยง ในชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้ง ธุรกิจประกันภัยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น

 

  1. ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญรูปแบบจ่ายเงินก้อนเมื่อเริ่มรับบำนาญ (Lump-Sum Annuity) ส่งเสริมการประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่สามารถรับผลประโยชน์เป็นเงินก้อนเมื่อรับเงินบำนาญงวดแรกได้ เพื่อใช้ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณหรือเพื่อความจำเป็นอื่น ช่วยให้การวางแผนเกษียณ มีความยืดหยุ่นและมั่นใจมากขึ้น เพิ่มเงินออมในอนาคต เพิ่มแรงจูงใจในการออมระยะยาว ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาระบบบำนาญภาครัฐเพียงแหล่งเดียว และรองรับสังคมผู้สูงอายุ

 

“กรมสรรพากรได้แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญสำหรับการหักลดหย่อนเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ จากเดิมกำหนดให้การจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญต้องจ่ายเท่ากันทุกงวดหรือจ่ายในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาเอาประกันภัย ปรับปรุงเป็นเงินบำนาญงวดแรกที่ได้รับอาจจ่ายเป็นเงินก้อน (Lump-Sum Annuity) ได้”

 

#TISA #ครมเศรษฐกิจ #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact #บัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล

 


SHARE THIS