1 ตุลาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » เริ่มวันนี้ “ไทยช่วยไทยพลัส”เฟสใหม่ ขยาย 30.8 ล้านคน เช็กวิธีรับสิทธิที่นี่

เริ่มวันนี้ “ไทยช่วยไทยพลัส”เฟสใหม่ ขยาย 30.8 ล้านคน เช็กวิธีรับสิทธิที่นี่

SHARE THIS

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40″ เฟสใหม่ เริ่มแล้ว 1 ต.ค. 69 เพิ่มสิทธิรวม 30.8 ล้านราย เช็กขั้นตอนกดยืนยันรับสิทธิ

 

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ต่ออายุมาตรการบรรเทาค่าครองชีพผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เฟสใหม่ โดยเริ่มใช้จ่ายได้แล้วตั้งแต่ 1 ต.ค.เป็นต้น ให้วงเงิน 1,000 บาท ใช้ในระยะเวลา 2 เดือน (ตุลาคม – พฤศจิกายน 2569) และในรอบนี้ยังได้ขยายสิทธิครอบคลุมประชาชนเพิ่มเป็น 30.8 ล้านราย จากเดิม 26 ล้านคน

 

โครงการนี้เพิ่มการรองรับกลุ่มผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบปี 2569 จำนวน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:

  1. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม  ที่ไม่ได้ยื่นสมัครสวัสดิการในรอบนี้
  2. ผู้ถือบัตรเดิมที่ยื่นขอทบทวนสิทธิ์แล้ว แต่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ
  3. ผู้มีรายได้น้อยรายใหม่ ที่ผ่านการลงพื้นที่เชิงรุกแต่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

 .

ขั้นตอนและช่องทางการกดยืนยันรับสิทธิ

ย้ำประชาชนในกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่ตามเงื่อนไข “ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่” เพียงกดยืนยันรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

  1. เปิดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และทำการแสดงตัวตน
  2. เข้าสู่เมนูโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
  3. กดยืนยันรับสิทธิ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2569
  4. เริ่มใช้จ่ายสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569

 .

สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขสำคัญ

  • สัดส่วนการร่วมจ่าย: รัฐสนับสนุน 60% และประชาชนจ่าย 40% (จำกัดวงเงินสนับสนุนจากรัฐสูงสุดไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน)
  • วงเงินรวม: ได้รับสิทธิวงเงินสนับสนุนรวม 1,000 บาท/คน สำหรับระยะเวลา 2 เดือน (ตุลาคม – พฤศจิกายน 2569)
  • การใช้สิทธิ: ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ หรือผ่านระบบ Food Delivery ที่ได้รับอนุมัติ ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. (กรณี Food Delivery ใช้ได้ถึง 21.00 น.)

 .

ช่องทางติดตามข่าวสาร The Facts News ข่าวจริง:

 

#ไทยช่วยไทยพลัส #ไทยช่วยไทยพลัส6040 #แอปเป๋าตัง #มาตรการรัฐ #กระทรวงการคลัง #ลดค่าครองชีพ #TheFactsNews #เดอะแฟกต์นิวส์ #ข่าวจริง

 


SHARE THIS