8 ธันวาคม 2025
Home » ข่าวเด่น » เปิด 50 อันดับ เศรษฐีไทยปี 65 พี่น้องเจียรวนนท์ ครองแชมป์ 9.33 แสนล.

เปิด 50 อันดับ เศรษฐีไทยปี 65 พี่น้องเจียรวนนท์ ครองแชมป์ 9.33 แสนล.

SHARE THIS

Forbes Thailand จัด 50 อันดับ เศรษฐีไทย ปี 65 พี่น้องเจียรวนนท์ ครองแชมป์อันดับหนึ่ง  ทรัพย์สิน 9.33 แสนล้าน เฉลิม อยู่วิทยา ไล่มาอันดับสอง เสี่ยเจริญอันดับสาม สารัชถ์แห่งกัลฟ์มาแรงครองที่สี่ 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2565 Forbes Thailand ได้ทำการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2565 โดยระบุว่า ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ซบเซา ดัชนีหุ้นไทยปรับลดจากจากจุดสูงสุดลง 3 เปอร์เซ็นต์ และตั้งแต่จากการอันดับมหาเศรษฐีไทยครั้งล่าสุด อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อหน่วยดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ส่งให้มูลค่ารวมทรัพย์สินของมหาเศรษฐีไทยทั้ง 50 รายชื่อ ลดลงเกือบ 6 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 1.51 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็น 5.31 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับการจัดอันดับปีที่ผ่านมา

 

สำหรับมหาเศรษฐีไทย 3 อันดับแรกยังไม่มีการเปลี่ยนอันดับจากปีที่ผ่านมา มหาเศรษฐีอันดับที่หนึ่งยังคงเป็น“พี่น้องเจียรวนนท์” แม้มูลค่าทรัพย์สินรวมของพวกเขาลดลง 3.7 พันล้านเหรียญ ซึ่งมาจากอัตราแลกเปลี่ยนสหรัฐฯ ส่งผลทำให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศจากการจัดอันดับโดย Forbes อยู่ที่ 2.65 หมื่นล้านเหรียญ (9.33 แสนล้านบาท)

 

ถัดมา ผลจากยอดขายของเครื่องดื่มชูกำลัง Red Bull ที่เติบโตจากทั่วโลกทำให้มูลค่าทรัพย์สินของมหาเศรษฐีอันดับสอง เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว เพิ่มขึ้นอีก 1.9 พันล้านเหรียญ มูลค่าทรัพย์สินในการจัดอันดับประจำปีนี้อยู่ที่ 2.64 หมื่นล้านเหรียญ (9.30 แสนล้านบาท) ใกล้เคียงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งยิ่งนัก ขณะที่มหาเศรษฐีไทยอันดับที่สาม ได้แก่ เจริญ สิริวัฒนภักดี โดยมูลค่าทรัพย์สินของเขาอยู่ที่ 1.12 หมื่นล้านเหรียญ (3.94 แสนล้านบาท)

 

นอกจากนี้ พบว่า การจัดอันดับมหาเศรษฐีประจำปี 2565 มีเพียงมหาเศรษฐีไทยเพียง 10 ราย ที่มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น  หนึ่งนั้นคือ สารัชถ์ รัตนาวะดี มหาเศรษฐีด้านธุรกิจพลังงาน หลังจากอานิสงส์ของอัตราแลกเปลี่ยนทำให้มูลค่าทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้น 2.2 พันล้านเหรียญ ส่งผลให้เขาติดในรายชื่ออันดับที่ 4 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1.1 หมื่นล้านเหรียญ (3.87 แสนล้านบาท) นอกจากธุรกิจพลังงานแล้วยังเดินหน้าทางธุรกิจ AIS และ Sintel เตรียมจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศ

 

สำหรับมหาเศรษฐีที่กลับเข้าสู่อันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2565 มีจำนวน 3 รายได้แก่ กัลกุล ดำรงค์ปิยวุฒิ์ ผู้ก่อตั้ง บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ขณะที่ อีกสองมหาเศรษฐีไทยที่กลับเข้าสู่อันดับได้แก่ บุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ DTAC และ พิชญ์ โพธารามิก ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นนอล ส่วนที่หลุดจากอันดับมี 6 รายหนึ่งในนั้นคือ สมหวัง และ ไวยวุฒิ สินเจริญกุล แห่งกลุ่มศรีตรังแอโกรอินดัสทรีฯ ซึ่งหนึ่งกลุ่มบริษัทของพวกเขาที่ผลิตถุงมือยางได้รับผลกระทบเนื่องอันเนื่องจากความต้องการของถุงมือยางลดลงในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

 

ทั้งนี้การจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2565 คิดจากอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ 17 มิถุนายน 2565 โดย 10 อันดับมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2565 มีรายชื่อดังต่อไปนี้

 

อันดับ 1 พี่น้องเจียรวนนท์ มูลค่าทรัพย์สิน: 2.65 หมื่นล้านเหรียญ / 9.33 แสนล้านบาท

 

อันดับ 2 เฉลิม อยู่วิทยาและครอบครัว มูลค่าทรัพย์สิน: 2.64 หมื่นล้านเหรียญ / 9.30 แสนล้านบาท

 

อันดับ 3 เจริญ สิริวัฒนภักดี มูลค่าทรัพย์สิน: 1.12 หมื่นล้านเหรียญ / 3.94 แสนล้านบาท

 

อันดับ 4 สารัชถ์ รัตนาวะดี มูลค่าทรัพย์สิน: 1.1 หมื่นล้านเหรียญ / 3.87 แสนล้านบาท

 

อันดับ 5 ครอบครัวจิราธิวัฒน์ มูลค่าทรัพย์สิน: 1.06 หมื่นล้านเหรียญ / 3.73 แสนล้านบาท

 

อันดับ 6 สมโภช อาหุนัย และครอบครัว มูลค่าทรัพย์สิน: 3.9 พันล้านเหรียญ / 1.37 แสนล้านบาท

 

อันดับ 7 ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ มูลค่าทรัพย์สิน: 3.1 พันล้านเหรียญ / 1.09 แสนล้านบาท

 

อันดับ 8 วานิช ไชยวรรณ มูลค่าทรัพย์สิน: 3 พันล้านเหรียญ / 1.05 แสนล้านบาท

 

อันดับ 9 ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ และครอบครัว มูลค่าทรัพย์สิน: 2.8 พันล้านเหรียญ / 9.86 หมื่นล้านบาท

 

อันดับ 10 ครอบครัวโอสถานุเคราะห์ มูลค่าทรัพย์สิน: 2.7 พันล้านเหรียญ / 9.51 หมื่นล้านบาท

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Forbes Thailand


SHARE THIS