3 กันยายน 2026
Home » ข่าวเด่น » 4 ข้อกังวล ปมดาต้าเซ็นเตอร์ผุดกลางเมือง สั่งเบรกโครงการเสี่ยง

4 ข้อกังวล ปมดาต้าเซ็นเตอร์ผุดกลางเมือง สั่งเบรกโครงการเสี่ยง

SHARE THIS

ผู้ว่า กทม.ห่วง 4 ข้อกังวล ปมดาต้าเซ็นเตอร์ผุดกลางกรุง ยันไม่กระทบไฟ-น้ำคนเมือง พร้อมสั่งเบรกโครงการเสี่ยง และลุยปราบพวกเก็บน้ำมันเกินใบอนุญาต

.

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้แทนจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), การประปานครหลวง (กปน.) และเลขานุการ รมว.พลังงาน ร่วมแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่ชุมชนเมือง ยืนยันว่าปัจจุบัน กทม. มีดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ขออนุญาตถูกต้องและเปิดให้บริการเพียง 3 แห่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือสั่งชะลอและทบทวนอย่างเข้มงวด

.

สถานะการอนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ กทม.

  • มีทั้งหมด 30–40 แห่ง: ส่วนใหญ่เป็นศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กที่ใช้งานภายในองค์กรตนเอง ตั้งอยู่ในอาคารเดิม

 

  • ขออนุญาตแยกเฉพาะ 6 แห่ง:
    • ได้รับใบอนุญาตแล้ว 3 แห่ง (อนุญาตช่วงปี 2565–2566)
    • ถูกสั่งหยุดเพื่อทบทวนมาตรฐาน 3 แห่ง

 

  • สั่งระงับทันที: โครงการตั้งใกล้ รพ.พระราม 9 กทม. สั่งระงับการขออนุญาตเพิ่มเติมแล้วตั้งแต่ 2–3 สัปดาห์ก่อน

 

.

เจาะลึก 4 ข้อกังวลของสังคม

 

  1. ข้อกังวลเรื่องที่ตั้งและการหลบเลี่ยงกฎหมาย
  • ปัญหา: ที่ผ่านมาไม่มีนิยาม “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในกฎหมาย ผู้ประกอบการจึงมักยื่นขออนุญาตในรูปแบบ “คลังสินค้า” ทำให้ไม่ต้องทำรายงาน EIA และไม่ต้องขออนุญาตโรงงานอุตสาหกรรม

 

  • แนวทางแก้ไข: เร่งทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยรัฐบาลได้ออกประกาศระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อจัดระเบียบใหม่แล้ว

 

  1. ข้อกังวลเรื่องการใช้ไฟฟ้า
  • สถานการณ์: ดาต้าเซ็นเตอร์ใน กทม. ขนาด 20 เมกะวัตต์ มีการใช้ไฟฟ้าจริงประมาณ 8 เมกะวัตต์ (หากเทียบกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ห้างฯ ยังใช้ไฟมากกว่ามาก)

 

  • ยืนยันความปลอดภัย: กฟน. จัดสรรระบบจ่ายไฟแยกส่วนอย่างมีมาตรฐาน ไม่กระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่

 

 

  1. ข้อกังวลเรื่องการใช้น้ำและน้ำเสีย
  • ปริมาณการใช้น้ำ: ปริมาณการใช้น้ำเพื่อระบบหล่อเย็นเฉลี่ยอยู่ที่ 7,000 ลบ.ม./เดือน ซึ่งน้อยกว่าโรงพยาบาลใหญ่ (ใช้ราว 20,000 ลบ.ม.) และห้างสรรพสินค้าใหญ่ (ใช้ราว 30,000–40,000 ลบ.ม.)

 

  • ผลกระทบ: กปน. ยืนยันว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำอุปโภคบริโภคของคนกรุง แต่ กทม. จะติดตามเรื่องการระบายน้ำอุณหภูมิสูงลงคูคลองอย่างใกล้ชิด

 

 

  1. ข้อกังวลเรื่องการสะสมน้ำมันสำรองและการปั่นไฟ
  • ข้อกำหนดกฎหมาย: กรมธุรกิจพลังงานอนุญาตให้สะสมน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับระบบไฟสำรองฉุกเฉินภายในองค์กรได้ ไม่เกิน 500,000 ลิตร หากเกินกว่านี้จะถือเป็น “คลังน้ำมัน” ซึ่งผิดกฎหมายผังเมืองทันที

 

  • เช็กบิลเคสรามคำแหง 28: ตรวจสอบพบพื้นที่กักเก็บน้ำมันสูงสุดถึง 4 แสนลิตร ทว่าใบอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงานอนุญาตไว้เพียงประมาณ 2 แสนลิตรเท่านั้น หากตรวจพบการกักตุนเกินจริงจะดำเนินคดีทันที

 

  • เคสใกล้ รพ.พระราม 9: ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจากทั้ง กทม. และกรมธุรกิจพลังงาน หากมีการแอบปั่นไฟจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี และปรับสูงสุด 200,000 บาท

 

.

การรับมือข้อร้องเรียนและทิศทางในอนาคต

 

กทม. ได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนแล้วใน 2 กรณี คือ กรณีโครงการติด รพ.พระราม 9 และ กรณีการทดสอบเครื่องปั่นไฟฉุกเฉินตอนกลางคืนที่ส่งเสียงดังรบกวน (ส่วนประเด็นเรื่องคลื่นความร้อนยังไม่พบการร้องเรียน)

 

นายชัชชาติเน้นย้ำว่า กทม. ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่ยอมรับว่ากฎหมายในอดีตตามไม่ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป การที่รัฐบาลเข้ามาเร่งจัดตั้งบอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ ถือเป็นโอกาสอันดีในการปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อปรับปรุงมาตรฐานผังเมือง สภาพแวดล้อม และระบบสาธารณูปโภคให้ปลอดภัยและสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาเมืองในอนาคต

.

 

ช่องทางติดตามข่าวสาร The Facts News ข่าวจริง:

 

.

#DataCenter #ชัชชาติ #กทม #ดาต้าเซ็นเตอร์   #กรุงเทพมหานคร #จัดระเบียบผังเมือง #TheFactsNews #เดอะแฟกต์นิวส์ #ข่าวจริง

 


SHARE THIS