เบรกขึ้นค่าแรง 2-16 บ. พิพัฒน์สั่งถอนจาก ครม. นายกฯ ฉุนขึ้นน้อยไป
เบรกขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2-16 บาท รมว.แรงงาน ขอถอนมติจาก ครม. กลับไปทบทวนใหม่ นายกฯ ฉุนขึ้นน้อยไป ค่าแรงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้หารือถึงมติคณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 22 หรือบอร์ดไตรภาคี กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2567 ซึ่งกระทรวงแรงงาน ได้เสนอเข้ามาเป็นวาระเพื่อทราบ แต่ต่อมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า สูตรการคิดค่าจ้างขั้นต่ำโดยใช้ฐานข้อมูลในปี 2563-2564 ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง เพราะเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 มาคำนวณอาจเกิดความไม่เหมาะสม และทำให้ได้ตัวเลขค่าแรงต่ำกว่าความเป็นจริง
“รมต.พิพัฒน์ มองว่าการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอาจต้องไปดูตัวเลขที่เหมาะสม โดยตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ ซึ่งที่ประชุมครม.ก็รับทราบและแสดงความเห็นด้วยกับข้อสังเกตนั้น จึงให้สิทธิกับรมว.แรงงานว่าจะยืนยันเสนอให้รับทราบหรือไม่ ซึ่งรมว.แจ้งว่าขอถอนไปก่อน นับว่าครม.ได้ยินเฉย ๆ แต่ยังไม่ได้รับทราบอย่างเป็นทางการ”
โฆษกรัฐบาล กล่าวด้วยว่า การเสนอขอถอนวาระเรื่องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำออกไป เป็นข้อสังเกตของ รมว.พิพัฒน์ ซึ่ง ครม.ไม่มีอำนาจให้คณะกรรมการค่าจ้างทบทวนอะไรทั้งสิ้น ซึ่งจากนี้ต้องรอดูว่าข้อสรุปของคณะกรรมการค่าจ้างจะได้ข้อสรุปเมื่อใดอีกครั้ง
สำหรับมติคณะกรรมการค่าจ้าง เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ได้มีมติให้เพิ่มค่าจ้างตั้งแต่ 2-16 บาทต่อวัน ตามที่คณะอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดเสนอมา โดยจะปรับอัตราสูงสุดในจังหวัดภูเก็ตวันละ 370 บาท และอัตราต่ำสุดในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา วันละ 330 บาท ซึ่งเบื้องต้นกำหนดระยะเวลาว่าจะให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์ถึงกรณี คณะกรรมการไตรภาคี มีมติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 2-16 บาท ว่า ค่าแรงขั้นต่ำของเราไม่ได้ขึ้นมานานมาก ขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกวัน โดยรัฐบาลพยายามทำหลายวิธี ที่จะให้ลดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน พักหนี้เกษตรกร และอีกหลายอย่างเพื่อช่วยเหลือบรรเทา ความทุกข์ของประชาชน รวมไปถึงการแก้ไขหนี้นอกระบบและหนี้ในระบบ รัฐบาลพยายามทำอยู่เพื่อลดค่าใช้จ่าย ขณะที่เรื่องของการเพิ่มรายได้ก็สำคัญ โดยประชาชนหลายสิบล้านคน ต้องพึ่งค่าแรงขั้นต่ำจำนวนมาก บางจังหวัด ขึ้นแค่ 7-12 บาทเท่านั้น ซึ่งน้อยเกินไป ทั้งที่ รัฐบาลพยายามที่จะยกระดับ ให้ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมไฮเทค ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น
“วันนี้จะยอมให้แรงงานประชาชนคนไทย ต่ำติดดินแบบนี้ ในขณะที่ประเทศที่ใกล้เคียงกับไทย เช่น เกาหลี และสิงคโปร์ค่าแรงขั้นต่ำต่อวัน 1,000 บาท เราจะยอมให้พี่น้องประชาชนของเราเป็นพลเมืองชั้น 2 ชั้น 3 ของโลกหรือ ในเมื่อค่าแรงขั้นต่ำติดดินขนาดนี้ เมื่อรัฐบาลพยายามยกระดับภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการ ก็ควรที่จะทำไปพร้อมๆกัน ถ้าทำเพียงฝ่าย เดียวเป็นไปไม่ได้”
#ค่าแรงขั้นต่ำ #ขึ้นค่าแรง16บาท #ไม่ขึ้นค่าแรง #เศรษฐา #พิพัฒน์ #ไตรภาคี #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

