22 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » เตือนนักลงทุน รับมือบาทผันผวนหนัก สัปดาห์เดียวแข็งค่าขึ้นเกือบ 2 บาท

เตือนนักลงทุน รับมือบาทผันผวนหนัก สัปดาห์เดียวแข็งค่าขึ้นเกือบ 2 บาท

SHARE THIS

เงินบาทพลิกแข็งค่ารอบ 3 เดือน 35.70 บาท หลังเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าที่คาด แต่ศูนย์วิจัยกสิกรฯ มองยังต้องระวังความผันผวน  ค่ากรอบสัปดาห์หน้า 35.30-36.50 บาทต่อดอลลาร์

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สรุปสถานการณ์ค่าเงินบาท โดยวันที่ 11 พ.ย.2565 ขึ้นแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือนท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ  โดยเฉพาะหลังการรายงานตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในเดือนต.ค.2565 ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 7.7% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 7.9% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่ม 6.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 6.5% นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งสะท้อนว่า เฟดอาจปรับขนาดการขึ้นดอกเบี้ยช้าลงในการประชุมรอบถัดๆ ไป ด้วยเช่นกัน

 

เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นยังสอดคล้องกับสถานะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติซึ่งเข้าซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 7-11 พ.ย. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย14,091 ล้านบาท และมีสถานะเป็น Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรมากถึง 77,110 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิพันธบัตร 79,556 ล้านบาท ขณะที่มีตราสารหนี้ที่หมดอายุ 2,446 ล้านบาท) ส่งผลให้วันศุกร์ที่ 11 พ.ย. 2565 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.92 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ 35.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 37.57 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้านี้

 

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (14-18 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ระดับ 35.30-36.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์ค่าเงินในภูมิภาค

 

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนพ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอินโดนีเซีย ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค. ของอังกฤษ ยูโรโซน และญี่ปุ่น และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนต.ค. ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และอัตราการว่างงาน ด้วยเช่นกัน

 


SHARE THIS