“เดโก”ร่วมวงมาตรการ อีวี ให้ส่วนลดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันละ 1.8 หมื่น
สรรพสามิต เซ็น เดโก กรีน เอนเนอร์จี ขายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ให้ส่วนลด 18,000 ส่ง 8 รุ่น ประเดิมตั้งเป้าผลิตปีแรก 32,000 คัน
นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมฯได้ลงนามข้อตกลงมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากับบริษัท เดโก กรีน เอนเนอร์จี จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจประกอบ ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งภายในประเทศและส่งออก ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารายแรกที่เข้าร่วมมาตรการ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ลงนามกับค่ายรถไปแล้ว 4 ราย ได้แก่ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัทเอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ทั้งนี้ บริษัทเดโก เป็นผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ ที่ใช้เทคโนโลยีจากไต้หวัน ซึ่งได้แจ้งความประสงค์ผลิตรถจักรยานยนต์ในประเทศและขอรับสิทธิจำนวน 8 รุ่น ได้แก่ ฮันนาห์, โซเฟีย, ลูเซียโน่, ซูซู, ซูเปอเรซ, ดับเบิลเอซ, จี-ไฟว์ และไททัน พร้อมทั้ง ได้วางแผนที่จะผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในปี 65 จำนวน 32,000 คัน ปี 66 จำนวน 38,400 คัน ปี 67 จำนวน 46,400 คัน ปี 68 จำนวน 56,000 คัน และในอนาคตมีแผนจะผลิตให้ได้ถึง 2 แสนคัน
“ขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างนำรถจักรยานยนต์ต้นแบบมาให้กรมตรวจสอบ หากผ่านการตรวจสอบก็พร้อมจะเปิดขายทันที โดยจะมีการให้ส่วนลดทันทีคันละ 18,000 บาท จากราคาเฉลี่ยที่ขายกันคันละ 50,000-100,000 บาท”
นายลวรณกล่าวว่า ขณะนี้กรมกำลังเร่งผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จาก 8% เหลือ 2% ออกมา เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการ และหลังจากนี้จะมีค่ายรถยนต์ทยอยลงนามร่วมต่อเนื่อง โดยปีนี้น่าจะมีรถยนต์เข้ามาใช้สิทธิมาตรการอีวีไม่ต่ำกว่า 20,000 คัน ภายใต้เงินสนับสนุน 3,000 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายระยะยาวตั้งเป้าหมายจะใช้เงินสนับสนุนตลอดโครงการที่ 40,000 ล้านบาท มีรถเข้าร่วม 4 แสนคน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมมาตรการฯ จะได้สิทธิประโยชน์จากภาษีสรรพสามิตอัตราภาษี 1% และเงินอุดหนุน 18,000 บาทต่อคัน สำหรับการนำเข้ารถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ในปี 65-66 และผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ในปี 65 – 68 โดยรถจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมมาตรการฯ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ ต้องเป็นแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออน มีความจุแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีระยะทางที่วิ่งได้ตั้งแต่ 75 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ต้องใช้ยางล้อที่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานเลขที่ มอก. 2720-2560 หรือที่สูงกว่า และต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม เลขที่ มอก. 2952-2561

