เงินเฟ้อ ม.ค.67 ติดลบ 1.11% ต่ำสุด 35 เดือน จุลพันธ์ได้ทีต้องแจกเงินดิจิทัล
ประเดิมเงินเฟ้อ ม.ค.67 ติดลบ 1.11% ต่ำสุดรอบ 35 เดือน หลังน้ำมัน ค่าไฟ อาหารสด ลดลงแต่ย้ำไม่มีสัญญาณเงินฝืด คาดทั้งปีติดลบ 0.7%จุลพันธ์ได้ที ถึงเวลาแจกเงิน “ดิจิทัล วอลเล็ท”
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน ม.ค.67 ลดลง 1.11% เทียบกับเดือน ม.ค.66 ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเดือนที่ 4 ต่ำสุดรอบ 35 เดือน นับจาก ก.พ.64 โดยมีปัจจัยสำคัญจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาครัฐ และราคาสินค้าอาหารสดยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะผักสด เนื้อสัตว์ อีกทั้งฐานราคาเดือน ม.ค.66 ใช้คำนวณเงินเฟ้อค่อนข้างสูง มีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง
สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือน ม.ค.2567 ที่ลดลง 1.11% มาจากหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.13% ตามการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันในกลุ่มดีเซล แก๊สโซฮอล์ 91 อี20 อี85 และค่ากระแสไฟฟ้า เสื้อผ้าบุรุษและสตรี ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ราคายังคงลดลงทั้งเครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องซักผ้า และตู้เย็น ส่วนสินค้าที่ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย อาทิ แป้งทาผิวกาย กระดาษชำระ ค่าแต่งผมสตรี เครื่องถวายพระ ค่าทัศนาจรต่างประเทศ บุหรี่ สุรา และไวน์ ราคาเปลี่ยนแปลงตามการจัดโปรโมชัน
ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 1.06% ตามการลดลงของเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่และสัตว์น้ำ เนื้อสุกร ผักสด และผลไม้ เนื่องจากผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก สำหรับสินค้าที่ราคาสูงขึ้น อาทิ ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ขนมอบ นมถั่วเหลือง นมเปรี้ยว น้ำพริกแกง กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ ชา ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน ม.ค.67 เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 0.02% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค.66 และเพิ่มขึ้น 0.52% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.66
“เรื่องเงินฝืด มีคำถามมา 2-3 เดือนแล้ว ก็อย่างที่บอก มันเป็นตัวชี้วัดหนึ่ง ที่บอกว่าลบติดต่อกัน 3 เดือน เป็นเงินฝืด แต่ก็ต้องไปดูว่าสินค้าส่วนใหญ่ลดลงหรือเปล่า ก็มีสูงขึ้น ลดลง คงที่ และยังต้องไปดูที่เงินเฟ้อ มันเฟ้อโดยตัวของมันเอง หรือมีกลไกแทรกแซง ซึ่งมีการแทรกแซง โดยเฉพาะนโยบายลดค่าครองชีพ ทั้งน้ำมัน ค่าไฟฟ้าที่เป็นตัวหลัก สรุป คือ ยังไม่ฝืดหรอก ยังไม่น่าเป็นห่วง”
ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.พ.-มี.ค.67คาดจะลดลงต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการลดค่าครองชีพด้านพลังงาน ได้แก่ การตรึงราคาค่ากระแสไฟฟ้าในอัตราไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน มาตรการตรึงน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ปรากฏการณ์เอลนีโญลดลง และบางพื้นที่มีอุณหภูมิลดลง ทำให้ปริมาณผักสดเข้าสู่ตลาดมากกว่าปีก่อนหน้า ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1 ปี 67 เงินเฟ้อน่าจะติดลบประมาณ 0.7% และคาดทั้งปีเงินเฟ้อจะติดลบ 0.7%

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยก่อนดินทางไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าพบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ว่า ได้เข้าไปปรึกษานายกฯ เรื่องการเดินหน้าโครงการเติมดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท โดยได้เตรียมข้อเสนอไปหารือกับนายกฯ แล้ว และกระทรวงการคลัง ยังได้เตรียมคำตอบเพื่อชี้แจงต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเชื่อว่าเราสามารถตอบคำถามได้ทุกประเด็น แม้ว่าหนังสือข้อเสนอแนะจากป.ป.ช.จะยังส่งมาไม่ถึงก็ตาม
“ตัวเลขเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 4 เดือนแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากการขาดกำลังซื้อ และบางส่วนเป็นเพราะนโยบายทางด้านพลังงานของรัฐ อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อของประชาชนหดหาย และเมื่อตัวเลขหนี้ครัวเรือนสูง ประชาชนก็ไม่จับจ่าย เพราะห่วงการแก้หนี้สิน และภาคเอกชนเองก็ไม่ลงทุน ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ และการเติบโตของเศรษฐกิจที่ผ่านมาอยู่ที่กลุ่มบนมากที่สุด รากหญ้าจริงๆ ไม่มีการขยายตัว ขณะที่การประชุมด้านดอกเบี้ยของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมาถึงในวันที่ 7 ก.พ.67 นี้ เป็นอำนาจของคณะกรรมการที่จะตัดสินใจ แต่อยากให้มองมิติภาระของประชาชนด้วย อย่าห่วงแต่เรื่องเสถียรภาพอย่างเดียว”
ส่วนความเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินนโยบายเติมเงินดิจิทัล วอลเล็ตนั้น หากติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ พบว่าหนักขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามเช่นไร แต่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมา เช่น ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็ยืนยันว่าตัวเลขเศรษฐกิจลดลง ซึ่งแม้ว่าจะมีกลไกและนโยบายจากรัฐบาล แต่รัฐบาลก็ให้ความเป็นห่วงในเรื่องนี้ และกลไกที่กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นก็มีความจำเป็นเร่งด่วน แต่เราต้องรับฟังให้รอบด้านด้วย
#เงินเฟ้อ #เงินเฟ้อมค #เงินเฟ้อติดลบ #ดิจิทัลวอลเล็ท #จุลพันธ์ #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

