อาชีพใดวิกฤต? สภาพัฒน์เตือนแรงงานไทย 8.7 ล้านคน จ่อตกงานจาก AI
เปิดรายงานภาวะสังคมไทยล่าสุด สภาพัฒน์ส่งสัญญาณเตือนแรงงานไทย 8.7 ล้านคน หรือกว่า 22% ของประเทศ เข้าข่ายรับผลกระทบจาก AI เจาะลึกกลุ่มมนุษย์เงินเดือนสายสนับสนุน “งานเสมียน-บัญชี-การเงิน” ขึ้นแท่นกลุ่มเสี่ยงวิกฤตโดนแย่งงาน เผยเด็กจบใหม่หางานยากขึ้น เหตุองค์กรแห่ใช้เทคโนโลยีทดแทน
เดอะ แฟกต์ นิวส์ (The Facts News) รายงานวิเคราะห์เจาะลึกทิศทางแรงงานไทย จากการแถลงรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ที่ได้ระบุถึงตัวเลขที่น่าตกใจว่า มีแรงงานไทยเข้าข่ายได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) สูงถึง 8.7 ล้านคน (คิดเป็น 22% ของกำลังแรงงานทั้งหมด 40 ล้านคน) โดยมีกลุ่มอาชีพที่กำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในระดับที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
จากการศึกษาสามารถจำแนกกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ เพื่อให้เห็นภาพกลุ่มอาชีพที่เข้าขั้น “วิกฤต” ดังนี้:
เปิดกลุ่มอาชีพวิกฤต: ใครเสี่ยงตกงาน-ใครรอด?
กลุ่มวิกฤตเสี่ยงถูกแทนที่ (2.2 ล้านคน | 5.4% ของแรงงาน)
กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงสูงสุดในการถูก AI เข้ามาเลย์เอาต์หรือแย่งงานอย่างสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานทักษะปานกลางในสายงานสนับสนุนและงานที่มีลักษณะซ้ำเดิม ได้แก่:
-
งานเสมียนและเลขานุการ
-
พนักงานบัญชี และเจ้าหน้าที่สายการเงิน
-
งานประชาสัมพันธ์รูปแบบซ้ำเดิม
โปรไฟล์กลุ่มเสี่ยง: มักเป็นกลุ่มผู้จำกัดการศึกษาในระดับปริญญาตรี มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 36 ปี และกว่า 53% กระจุกตัวอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นกลุ่มที่ภาคธุรกิจพร้อมนำ AI มาตัดลดต้นทุนได้ทันที
กลุ่มปรับตัวเสริมการทำงาน (6.5 ล้านคน | 16.3% ของแรงงาน)
เป็นกลุ่มอาชีพที่ AI จะไม่เข้ามาแทนที่โดยตรง แต่จะเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น หากแรงงานปรับตัวใช้เทคโนโลยีได้ทัน ได้แก่:
-
พนักงานขายและผู้จัดการ (ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและยอดขาย)
-
พนักงานขนส่ง (ใช้ AI คำนวณและปรับเปลี่ยนเส้นทางโลจิสติกส์)
อัตราว่างงานขยับเพิ่ม-เด็กจบใหม่หางานยากขึ้น
สภาพัฒน์ระบุว่า ความท้าทายที่น่ากังวลที่สุดคือ กลุ่มเด็กจบใหม่ ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน เนื่องจากองค์กรยุคใหม่มีแนวโน้มเลือกใช้ AI แทน หรือหากจะจ้างคนก็จะเลือกเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้น สะท้อนจากอัตราการว่างงานในไตรมาส 1/2569 ที่ขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% (คิดเป็น 3.9 แสนคน) จากเดิม 0.7% ในไตรมาสก่อนหน้า และกลุ่มผู้ว่างงานระยะยาวเกิน 1 ปี พุ่งสูงถึง 27% (8.7 หมื่นคน)
นอกจากประเด็น AI แล้ว สภาพัฒน์ยังส่งสัญญาณเตือนภัยไซด์เอฟเฟกต์ทางสังคม ทั้งเรื่อง หนี้สินครัวเรือนพุ่งแตะ 16.44 ล้านล้านบาท (86.7% ของ GDP) ที่เกิดจากพฤติกรรมคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 25 ปี ช้อปปิ้งตามรีวิวของอินฟลูเอนเซอร์จนหนี้ท่วม โดย สศช. เล็งคลอดมาตรการดัดหลัง บีบให้ “อินฟลูฯ สายการเงิน-ลงทุน” ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน ก.ล.ต. และต้องทดสอบรับใบอนุญาต เพื่อป้องกันการให้ข้อมูลที่บิดเบือนและสร้างความโปร่งใสในตลาดการเงินไทย
📌 เกาะติดลึกทุกประเด็นบิ๊กดาต้า ตลาดแรงงาน และคำเตือนทางเศรษฐกิจ ติดตาม “The Facts News ข่าวจริง” ได้ทุกช่องทาง:
-
🌐 Website : the-facts-news.com
-
📘 Facebook : The Facts News FB
-
🕊️ Twitter (X) : The Facts News TW
-
💬 Line Official Account : @057ywnqz หรือคลิก https://lin.ee/Zgh9WPnB
#สภาพัฒน์ #AIแย่งงาน #อาชีพเสี่ยงตกงาน #แรงงานไทย #พนักงานบัญชี #หนี้ครัวเรือน #อินฟลูเอนเซอร์ #ข่าวเศรษฐกิจ #TheFactsNews #ข่าวจริง

