1 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » สรุปผลประชุม ครม.นัดพิเศษ หลัง แพทองธาร หลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

สรุปผลประชุม ครม.นัดพิเศษ หลัง แพทองธาร หลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

SHARE THIS

สรุปผลประชุม ครม.นัดพิเศษ หลัง แพทองธาร หลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้  ภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทน นโยบายใดมีผลผูกพัน ครม. ชุดใหม่ ไม่ควรพิจารณา

 

วันที่ 30 ส.ค. 2568 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีการพิจารณาและเห็นชอบในเรื่องสำคัญ ดังนี้

 

1) เรื่องการมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ

  • สืบเนื่องจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 (4) และเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง จึงเป็นเหตุให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 167 (1) แต่ด้วยความที่ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 170 (4) ทำให้นายกรัฐมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ และคณะรัฐมนตรีที่เหลืออยู่จึงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 168 (1)
  • โดยที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 10 วรรคสี่ บัญญัติให้ในระหว่างที่คณะรัฐมนตรีต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่เพราะนายกรัฐมนตรีตาย ขาดคุณสมบัติ ต้องคำพิพากษาให้จำคุก สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง หรือวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนจากตำแหน่ง ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี

 

2) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการแต่งตั้ง นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

 

3) เรื่องแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 (4) ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม. ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ สรุปดังนี้

– แม้ครม. สิ้นสุดลง แต่ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยยังคงมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ โดย

– เรื่องที่เป็นนโยบายซึ่งมีผลผูกพัน ครม. ชุดใหม่ ไม่ควรพิจารณา

– เรื่องที่จำเป็น เร่งด่วน หรือเรื่องที่ต่อเนื่อง ให้พิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป เช่น การอนุมัติรายการก่อหนี้ผูกพันฯ รายการใหม่ การจัดตั้งหน่วยงานใหม่

– ร่าง พ.ร.บ. (1) กรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการก่อนวันที่ 29 สิงหาคม 2568 และอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) หาก สคก. ตรวจพิจารณาเสร็จแล้วและต้องเสนอ ครม. พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ให้รอเสนอ ครม. ชุดใหม่ (2) ร่าง พ.ร.บ. ที่ ครม. มีมติอนุมัติหลักการก่อนวันที่ 29 สิงหาคม 2568 และ สคก. ตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว ให้เสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป (3) ร่าง พ.ร.บ. ที่กำลังจะเสนอ ครม. หากมีความจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ของรัฐ ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสม

 

4) ข้าราชการการเมืองที่ นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง เช่น กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ผู้แทนการค้าไทย และ คณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ซึ่งหากจะให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ให้ดำเนินการแต่งตั้งตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดด้วย

 

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตอบคำถามสื่อมวลชนว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ยังได้มีการพูดคุยถึงเรื่องกฎหมายที่ผ่าน ครม. ไปแล้ว และอยู่ในชั้นกฤษฎีกา ในหลักปฏิบัติต้องให้ ครม. ชุดใหม่พิจารณาอนุมัติ (approve) ด้วย แต่ในเชิงนโยบายที่อาจจะผูกพันรัฐบาลชุดใหม่ จึงมีมติให้ชะลอไว้ก่อน ซึ่งเป็นหลักทั่วไปที่ปฏิบัติกันมา ขณะที่ประเด็นสถานการณ์ไทย-กัมพูชา แม้คำสั่งแต่งตั้งต่าง ๆ ของนายกรัฐมนตรีจะสิ้นผลลง แต่จะมีการเสนอ ศบ.ทก. ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

 

#ครมนัดพิเศษ #ชูศักดิ์ศิรินิล #รักษาการนายก #นายกรักษาการ #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact

 


SHARE THIS