5 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » วิกฤตพอไหม? รัฐบาลปล่อยหลุดเอกสารลับคลัง โชว์เศรษฐกิจปี 66 พังกว่าที่คาด

วิกฤตพอไหม? รัฐบาลปล่อยหลุดเอกสารลับคลัง โชว์เศรษฐกิจปี 66 พังกว่าที่คาด

SHARE THIS

วิกฤตหรือยัง โฆษกรัฐบาล ปล่อยหลุดเอกสารลับคลัง โชว์จีดีพีปี 66 โตต่ำกว่าที่เหลือ 1.8% สวนทางแบงก์ชาติประเมิน 3.6% ปี 67 ยังเจอ 4 ปัจจัยเสี่ยง

 

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำเอกสารการประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2566 และ ปี 2567 ที่ระบุว่า ลับ ของกระทรวงการคลัง จัดทำโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่กำหนดแถลงวันที่ 24 ม.ค.67 ออกมาเผยแพร่ก่อน พร้อมระบุว่า สรุปแล้วจีดีพีปี 66 เติบโตเพียง 1.8% เทียบกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์เอาไว้เมื่อต้นปี66 ว่าจะเติบโตถึง 3.6% ถือเป็นการเติบโตที่ถดถอยลงกว่าปี 65 ที่เติบโต 2.6%

 

ทั้งนี้ในเอกสารข่าวที่มีการปั้มตรา ลับ ระบุผลการประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 66 ว่า จะขยายตัวที่ 1.8% ชะลอลงจากปี 65 ที่ขยายตัว 2.6% โตยมีปัจจัยสำคัญจากการหดตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินค้าในหมวดยานยนต์ และคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งปี 66 คาดว่าจะหดตัวที่ 1.5% ซึ่งเป็นผลจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ขณะที่มูลค่าการนำเข้าจะหดตัวที่ 1.9% อย่างไรกี่ตาม ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในปี 66 มาจากภาคการท่องเที่ยวมีการขยายตัวสูง และการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ

 

สำหรับในปี 67 กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเร่งขึ้นที่ 2.8%ต่อปี ขยายตัวในอัตราเร่งขึ้นจากปี 66 และเป็นการขยายตัวที่มาจากทุกเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคการส่งออกสินค้าและบริการที่ขยายตัวสูง ในภาคการท่องเที่ยวคาดว่าในปี 67 จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 33.5 ล้านคน ขยายตัว 19.5% ต่อปี เป็นการเพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียเป็นสำคัญ และมีรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างขาติ 1.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.6% ต่อปี

 

นอกจากนี้ คาดว่าการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้าในตลาดโลกและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะชะลอตัวลงเล็กน้อย ทำให้การส่งออกสินค้าจะโต 4.2% ต่อปี สำหรับปัจจัยภายในประเทศคาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากการบริโภคภาคเอกซนโต 3.3% ต่อปี ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าขยายตัวที่ 3.2%  ด้านเสถียรภาพภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 1.0% ต่อปี เร่งขึ้นจากปีก่อนหน้าตามอุปสงค์ภายในประเทศที่ขยายตัวดี  ขณะที่เสถียรภาพภายนอกประเทศ ดุลบริการมีแนวโน้มจะกลับมาเกินดุลตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัด ในปี 67 มีแนวโน้มกลับมาเกินดุล 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพในระยะยาวนั้น ควรให้ความสำคัญใน 3 ประเด็น ดังนี้ 1.การพัฒนาโดรงสร้างพื้นฐาน เช่น การพัฒนาการใช้พลังงานที่ยั่งยืน การลงทุนในต้านดิจิทัล และการพัฒนาต้านคมนาคมเชื่อมโยงภูมิภาคไห้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางในระตับภูมิภาคได้ 2.การพัฒนาทักษะ การเตรียมแรงงานให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับเศรษฐกิจโลกมีความสำคัญ 3.การรักษาเสถียรภาพทางการคลัง  บริหารจัดการการคลังอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงการใช้จ่ายของรัฐและระดับหนี้สาธารณะอย่างรับผิดชอบ เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถผชิญกับความเสี่ยงและความท้าทายต่าง ” ในอนาคตไต้

 

ส่วนปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย อาทิ 1.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐตาสตร์โลกในภูมิภาคต่าง ๆ ที่อาจรุนแรงมากขึ้น อาจเป็นข้อจำกัดและส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไป เช่น  จีนและสหรัฐฯ สถานการณ์สู้รบอิสราเอสและฮามาสที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน 2.สถานการณ์การเลือกตั้งผู้นำของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเขีย และอินเดีย 3.ความผันผวนของตลาดการเงินโลก และ4.สถานการณ์เศรษฐกิจของจีน ที่อาจส่งผลต่อการส่งออกและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวของไทย

 

#ชัยวัชรงค์ #เอกสารลับ #เอกสารหลุด #เอกสารคลัง #จีดีพี66 #เศรษฐกิจไทยแย่ #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

 


SHARE THIS