ภาษีทรัมป์พ่นพิษ ส่งออก ส.ค.โตหด 5.8% ช่วงที่เหลือติดลบ เกษตรอ่วม
ภาษีทรัมป์พ่นพิษ ส่งออก ส.ค.โตลดเหลือ 5.8% คาด 4 เดือนที่เหลือติดลบแน่ หลังคู่ค้าสต๊อกเต็ม ชายแดนมีปัญหา สินค้าเกษตรตก บาทแข็ง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกไทยเดือน ส.ค.68 มีมูลค่า 27,743.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.8% แต่เริ่มชะลอตัวลงมากขึ้น หลังจากมีการบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรต่างตอบแทนของสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.เป็นต้นมา
ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 29,707.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.8% ขาดดุลการค้า 1,964.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมส่งออก 8 เดือนของปี 68 (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 223,175.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.3% การนำเข้ามูลค่า 224,880.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.3% ขาดดุลการค้า 1,704.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับแนวโน้มการส่งออก คาดว่า ตั้งแต่เดือน ก.ย.68 จะเริ่มเห็นผลกระทบจากอัตราภาษีสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น หากส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 2.4-2.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การส่งออกในช่วง 4 เดือนที่เหลือ ก็จะขยายตัวติดลบ เพราะฐานปีก่อนสูง และยังมีปัญหาการส่งออกชะลอตัว จากการที่คู่ค้าเร่งนำเข้าไปก่อนหน้านี้จนสต็อกเต็ม
ประกอบกับการค้าชายแดนที่ยังมีปัญหา สินค้าเกษตรตลาดโลกเพิ่มขึ้น กระทบต่อราคาและการส่งออกของไทย รวมถึงค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง แต่ยังมั่นใจว่าจะทำได้เกินเป้าหมาย 2-3% เพราะช่วง 8 เดือน ขยายตัวแล้ว 13.3%
“การส่งออกเดือน ส.ค.68 เห็นได้ชัดว่าชะลอตัวลงอย่างชัดเจนในหลายตลาด อย่างสหรัฐฯ ที่เป็นตลาดสำคัญ ก่อนหน้านี้ เป็นช่วงลุ้นเรื่องอัตราภาษีว่าจะอยู่ในอัตราใด ก็มีการเร่งนำเข้า ทำให้ยอดส่งออกไปสหรัฐฯ เพิ่ม โดยเดือน มี.ค. เพิ่ม 34% เม.ย. เพิ่ม 23% พ.ค. เพิ่ม 35% มิ.ย. เพิ่ม 42% ก.ค. เพิ่ม 31.4% แต่มาเดือน ส.ค. เพิ่ม 12.8% เห็นได้ชัดว่าลดลงมาก คาดว่า อีก 4 เดือนที่เหลือ (ก.ย.-ธ.ค.) หลาย ๆ ตลาด จะลดลง และบางตลาดอาจจะกลับมาติดลบก็ได้”
สินค้าเกษตร หดตัว
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 10.7 (YoY) หดตัวในรอบ 4 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัวร้อยละ 13.6 กลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 7.2 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ขยายตัวร้อยละ 26.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 20 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ลาว และญี่ปุ่น)
ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 1.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 18 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ ไอร์แลนด์ และฟิลิปปินส์) ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 16.6 กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า (ขยายตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์) กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 7.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน เกาหลีใต้ แคนาดา เมียนมา และออสเตรเลีย)
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง หดตัวร้อยละ 16.9 หดตัวในรอบ 4 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เวียดนาม สหรัฐฯ ฮ่องกง และเกาหลีใต้ แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย) ยางพารา หดตัวร้อยละ 27.9 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดจีน มาเลเซีย สหรัฐฯ อินเดีย และสเปน แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เวียดนาม ปากีสถาน โรมาเนีย และเนเธอร์แลนด์)
ข้าว หดตัวร้อยละ 30.1 หดตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ เซเนกัล อิรัก และโมซัมบิก แต่ขยายตัวในตลาดแคเมอรูน จีน มาเลเซีย ฮ่องกง และแคนาดา) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 10.3 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย ชิลี และแอฟริกาใต้ แต่ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย แคนาดา ลิเบีย อียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
อาหารสัตว์เลี้ยง หดตัวร้อยละ 5.6 กลับมาหดตัวในรอบ 23 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ อิตาลี ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย อินเดีย เยอรมนี และสหราชอาณาจักร) น้ำตาลทราย หดตัวร้อยละ 14.2 กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดกัมพูชา ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขยายตัวในตลาดฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย) ทั้งนี้ 8 เดือนแรกของปี 2568
สินค้าอุตสาหกรรม โต
มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 11.2 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 44.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย และญี่ปุ่น) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 10.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย และเวียดนาม)
แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 37.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (ขยายตัวในตลาดฮ่องกง จีน ไต้หวัน มาเลเซีย และฟิลิปปินส์) อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวร้อยละ 24.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินเดีย ฮ่องกง สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 15.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ เม็กซิโก สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินเดีย)
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน หดตัวร้อยละ 15.3 หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน (หดตัวในตลาดจีน มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดอินเดีย ลาว ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ และเบลเยี่ยม) ผลิตภัณฑ์ยาง หดตัวร้อยละ 3.1 กลับมาหดตัวในรอบ 14 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเยอรมนี แต่ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และเวียดนาม)
เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 14 กลับมาหดตัวในรอบ 14 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย เวียดนาม อินเดีย และไต้หวัน แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฝรั่งเศส และเกาหลีใต้) เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 24.4 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย เยอรมนี และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย บราซิล ฮ่องกง เวียดนาม และแอฟริกาใต้)
อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด หดตัวร้อยละ 36.9 หดตัวต่อเนื่อง 18 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง เกาหลีใต้ สาธารณรัฐเช็ก และเม็กซิโก แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และอินเดีย) ทั้งนี้ 8 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 17.5
สำหรับการส่งออกเดือน ส.ค.68 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 10.7% โดยสินค้าเกษตร ลด 13.6% สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ลด 7.2% สินค้าที่หดตัว อาทิ ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง น้ำตาลทราย ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 11.2% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ
#ภาษีทรัมป์ #ส่งออกชะลอ #ข่าวจริง #ส่งออกสิงหา #thefacts #facts #fact

