29 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ปิดช่องคนเลี่ยงภาษี สรรพากรสั่งให้เงินได้จาก ตปท. แม้ส่งข้ามปีก็ต้องเสียภาษี เริ่ม 1 ม.ค.67

ปิดช่องคนเลี่ยงภาษี สรรพากรสั่งให้เงินได้จาก ตปท. แม้ส่งข้ามปีก็ต้องเสียภาษี เริ่ม 1 ม.ค.67

SHARE THIS

ปิดช่องคนรวยเลี่ยงภาษี สรรพากรออกคำสั่ง ให้เงินได้จากต่างประเทศ เมื่อนำเข้ามาแล้ว ต้องคำนวณภาษี แม้จะข้ามปีก็ต้องเสีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสรรพากร ได้ออกคำสั่งกรมสรรพากร เรื่องการเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัฐฎากร โดยมีสาระสำคัญ เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมสำหรับคนที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร

 

ทั้งนี้ บุคคลซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากรที่มีเงินได้พึงประเมินเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากรในปีภาษีดังกล่าว และได้นำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้าประเทศไทยในปีภาษีใดก็ตาม ให้บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องนำเงินได้พึงประเมินเหล่านี้มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี ตามมาตรา 48 แห่งประมวลรัษฎากรในปีภาษีที่ได้นำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศ

 

แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร  กล่าวอธิบายเรื่องนี้ว่า โดยหลักสากลของการจัดเก็บภาษีเงินได้ คือ เงินได้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เมื่อนำกลับเข้าประเทศไม่ว่าจะปีไหน ก็จะต้องนำมาคำนวณภาระภาษีในประเทศ กรณีของไทยนัั้น เดิมกฎหมายกำหนดว่า ผู้มีเงินได้ในต่างประเทศในปีใด หากนำเข้ามาในประเทศในปีนั้น จะต้องนำมาคำนวณภาระภาษี แต่หากนำเข้ามาในปีถัดไป หรือ ปีต่อๆไป จะไม่มีภาระภาษี จึงเกิดช่องโหว่ในการหลีกเลี่ยงภาระภาษี ดังนั้น กรมฯจึงต้องปิดช่องโหว่ดังกล่าว

 

อย่างไรก็ดี มีคำถามว่า หากผู้มีเงินได้ซึ่งได้เสียภาษีที่ประเทศต้นทางแล้ว จะต้องเสียภาษีในประเทศด้วย จะเป็นการเสียภาษีที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ แหล่งข่าวกล่าวว่า ในส่วนประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทย และรายได้นั้นได้เสียภาษีในต่างประเทศแล้วจะได้รับยกเว้นหรือไม่อย่างไรก็เป็นไปตามที่กำหนดในอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศ สำหรับระยะเวลาการนำข้อกำหนดดังกล่าวมาใช้ กรมสรรพากรได้ให้เวลาเตรียมตัวพอสมควร โดยจะเริ่มใช้สำหรับเงินได้ปี 2567 ถ้ากรณีเป็นบุคคลธรรมดาก็เสียภาษีในปี 2568

 

นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้ออกประกาศคำสั่งให้บุคคลซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากรที่มีเงินได้พึงประเมิน จากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ที่นำเงินได้นั้นเข้าประเทศไทยในปีภาษีใดก็ตาม ให้บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องนำเงินได้พึงประเมินเหล่านี้มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และลดความซ้ำซ้อนในการเสียภาษี

 

ปัจจุบัน บริบทการทำธุรกิจนั้นเปลี่ยนแปลงไป และกรมได้เข้าร่วมความตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีระหว่างประเทศ จึงต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของภาคี และสรรพากร กำหนดจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 เพื่อยื่นภาษีเงินได้ในต้นปี 68 ยืนยันว่าประกาศดังกล่าว ไม่ได้เป็นการเก็บภาษีที่ทับซ้อน หากใครมีการเสียภาษีที่ประเทศต้นทางที่มีอนุสัญญาร่วมกันอยู่แล้ว ก็จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีที่ไทยอีก 

 

อย่างไรก็ตาม ประกาศนี้มีความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก ฉะนั้น กรมจะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือเพื่อทางปฏิบัติร่วมกัน ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(...) และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกรายละเอียดกฎหมายย่อยเพิ่มเติม และในระยะยาวจะมีการออกเป็นประมวลราษฎากร 

 

การจัดเก็บภาษีนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องเป้าหมายเพื่อการเพิ่มรายได้ แต่เน้นการสร้างความเป็นธรรมในการเสียภาษี ซึ่งกรมคาดว่าปีนี้จะจัดเก็บภาษีเกินเป้า 1.8 แสนล้านบาท

 

#ภาษีสรรพากร #เก็บภาษี #ภาษีเงินได้ #สรรพากรรีดภาษี #ข่าวจริง #Thefacts #thefactsnews


SHARE THIS