8 ธันวาคม 2025
Home » ข่าวเด่น » ประเดิมปี 67 ไทยขาดดุลการอีกแสนล้าน เผย 5 อันดับไทยเสียดุลเยอะสุด

ประเดิมปี 67 ไทยขาดดุลการอีกแสนล้าน เผย 5 อันดับไทยเสียดุลเยอะสุด

SHARE THIS

ประเดิมปี 67 ไทยขาดดุลการแสนล้าน จีนนำโด่งไทยขาดดุลสูงสุด  ส่วนยอดส่งออกโตแรง 10% สูงสุดรอบ 19 เดือน อานิสงส์การค้าโลกฟื้นตัว  

 

นายกีรติ  รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดการส่งออกของไทยในเดือนม.ค.67 มีมูลค่า 22,649 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 784,580 ล้านบาท ขยายตัว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และสูงสุดในรอบ 19 เดือน การนำเข้ามีมูลค่า 25,407 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 890,687 ล้านบาท ขยายตัว 2.6% ขาดดุลการค้า 2,757 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 106,107 ล้านบาท

 

“การส่งออกของไทยที่ขยายตัว สอดคล้องกับหลาย ๆ ประเทศในเอเชีย ตามทิศทางการค้าโลกที่เริ่มฟื้นตัวจากภาวะเงินเฟ้อ ประกอบกับปัจจัยมูลค่าฐานการส่งออกต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อีกทั้งมีแรงหนุนจากการส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบตามการฟื้นตัวของวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่ยังคงขยายตัวสูง”

 

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งเพิ่มว่า สำหรับเลขการดุลการค้า ถือเป็นการขาดดุลอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ที่ตลอดทั้งปี 2566 ไทยขาดดุลการค้า 5,192.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 302,925 ล้านบาท ส่วนดุลการค้าในเดือนม.ค.67 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปี 2567 พบว่าไทยยังขาดดุลการค้าสูงอยู่ โดยขาดดุลการค้ารวม 2,757 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 106,107 ล้านบาท โดยประเทศที่ไทยขาดดุลการค้ามากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. จีน 4,613 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. ไต้หวัน 1,541 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  3. สวิตเซอร์แลนด์ 913 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  4. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 764 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  5. เกาหลีใต้ 372 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 

แนวโน้มการส่งออกในปี 67

ได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าตาม ภาวะเงินเฟ้อโลกที่เริ่มชะลอตัว การได้รับอานิสงส์จากมาตรการรักษาความมั่นคงทางด้านอาหารของหลายประเทศ  และจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีความเข้มแข็ง ขณะที่ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบทางตรงต่อไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม อุปสรรคการขนส่งที่เกิดจากความขัดแย้ง ส่งผลในทางอ้อมทำให้อัตราค่าระวางเรือเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้เศรษฐกิจคู่ค้ามีความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในอนาคต ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนอาจจะยังมีความผันผวน จากทิศทางการปรับเปลี่ยนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการติดตามประเด็นสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออก เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการทำงานในการผลักดัน โดยการเติบโตของมูลค่าการส่งออกของไทยในปี 67 ยังตั้งเป้าไว้ที่ 1-2% ต่อไป

 

สถิติสินค้าส่งออกไทย เดือนม.ค.67

ทั้งนี้ สินค้ากลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 9.2% พลิกกลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าเกษตร ขยายตัว 14%  และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 3.8% ต่อเนื่อง 5 เดือนติด อาทิ ข้าวขยายตัว 45.9% โต 7 เดือนติด  ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ขยายตัว 5% ยางพารา ขยายตัว 5.5% ผลไม้สด แช่เย็นขยายตัว 30.1% อาหารทะเลกระป๋อง ขยายตัว 5.2 % อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 9.1% ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ลบ 27%น้ำตาลทรายลบ 16.2%

 

ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 10.3% อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ ขยายตัว 32.2% เหล็ก และผลิตภัณฑ์ ขยายตัว 106.3% ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 3.7% อัญมณีและเครื่องประดับ ขยายตัว 21.5% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ขยายตัว 7.6% ขณะที่สินค้าที่หดตัว อาทิ รถยนต์ หดตัว 4.7% เคมีภัณฑ์ หดตัว 1.6% เครื่องปรับอากาศหดตัว 10.5%

 

สำหรับภาพรวมการส่งออกในเดือนแรกของปีไปยังกลุ่มตลาดต่างๆ พบว่า ตลาดหลักยังขยายตัว 10.5% โดยขยายตัวในทุกตลาด ได้แก่ สหรัฐฯ  13.7%  จีน 2.1% ญี่ปุ่น 1%  สหภาพยุโรป 4.5%  อาเซียน 18.1%   ตลาดรอง ขยายตัว 8.8%   อาทิ เอเชียใต้  0.04%   ทวีปออสเตรเลีย 27.2%  ตะวันออกกลาง 2.9%  และรัสเซีย 64.6%   ขณะที่หดตัวในตลาดแอฟริกา  24.2% ลาตินอเมริกา 4% สหราชอาณาจักรลบ 1.6%

 

#ส่งออก #ขาดดุลการค้า #ไทยขาดดุลจีน #ขาดดุลแสนล้าน #ส่งออกโต #กระทรวงพาณิชย์ #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

 


SHARE THIS