นายกฯ รับ ศก.ไทยแย่เกินคาด สภาพัฒน์เผยจีดีพี Q3 โตแค่ 1.5% จำเป็นต้องเร่งกู้
นายกฯ ยอมรับเศรษฐกิจไทย อาการหนักกว่าที่คาด หลังสภาพัฒน์ แถลงจีดีพีไตรมาส 3 โตแค่ 1.5% ตามหลัง มาเลเซีย เวียดนาม อินโด ย้ำจำเป็นเร่งเดินหน้ากู้เงิน แจกดิจิทัล วอลเล็ท
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยในการแถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 3/2566ว่า มีการขยายตัวที่ 1.5% ชะลอลงจากไตรมาสที่แล้วที่โต 1.8% โดยได้รับผลกระทบจากการส่งออกติดลบ ขณะที่ภาคบริการ ยังขยายตัวจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น การใช้จ่ายรัฐบาลยังคงลดลง โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับโควิด ขณะที่การอุปโภคบริโภคของครัวเรือนขยายตัวต่อเนื่อง และการลงทุนของภาคเอกชนที่เร่งขึ้น ส่งผลภาพรวมจีดีพีใน 9 เดือนปี 2566 ขยายตัวที่ 1.9% และคาดว่าเศรษฐกิจไทยตลอดปี 2566 จะขยายตัวได้ประมาณ 2.5% ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัวได้ 2.6%
ทั้งนี้ สภาพัฒน์ได้คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 67 ว่าจะเติบโตได้ 3.5% ซึ่งการขยายตัวในระดับดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้รวมผลจากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทของรัฐบาล เนื่องจากต้องรอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าการทำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล จะมีแหล่งเงินจากที่ใด ตลอดจนต้องรอดูความชัดเจนในประเด็นอื่นๆ ด้วย เช่น รูปแบบการใช้จ่าย และจำนวนเงินที่ใส่ลงมา
“เศรษฐกิจไทยมีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ไม่เช่นนั้นการเติบโตจะอยู่ในระดับแค่ 3%กว่าไปแบบนี้ โดยต้องเร่งปรับโครงสร้างการผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นภาคใหญ่ที่มีผลต่อการเติบโตของประเทศ ส่วนประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 66 ที่คาดว่าจะโตได้ 2.5% และปี 67 โตได้ 3.5% นั้น ถือว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง และยังมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้ต่อ”
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้รับการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ของปี 66 ที่ขยายตัวได้ 1.5% ยอมรับว่ามีความเป็นห่วง ซึ่งเมื่อผมได้ถามเลขาสภาพัฒน์กับตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ที่ออกมา ท่านเองก็ตกใจ เพราะนึกว่าจริงๆ แล้วจะเห็นตัวเลข 2% ในจีดีพีไตรมาส 3 โดยมองว่าสาเหตุมาจากเรื่องการใช้จ่าย และการลงทุน
ทั้งนี้ นายกฯ ยังคุยกันถึงตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมา 1.5% กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคู่แข่งประเทศเพื่อนบ้านต่ำสุด 3.3 % คือมาเลเซีย ส่วนประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของเราที่จะแย่งแหล่งลงทุนก็โต 5% กว่าทั้งนั้น และมากกว่า 2-3 เท่าด้วยในบางประเทศ แต่ในเรื่องการกู้เงิน 5 แสนล้านบาท เป็นเรื่องของการตีความว่าวิกฤติจำเป็นหรือเปล่า แต่สำหรับตนเห็นว่าจำเป็นและยังเป็นอย่างนั้นอยู่ และล่าสุดส่งให้กฤษฎีกา ตีความถึงเรื่องนี้แล้ว
ส่วนกรณีศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “OK ไหม กับ นายกฯ สรุปเอง เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” และการออก พ.ร.บ.กู้เงิน ซึ่งพบว่าประชาชนบางส่วนไม่เห็นด้วย ตรงนี้จะต้องชี้แจงอย่างไร ว่า ตนได้ดูคร่าวๆไม่ใช่เป็นเรื่องนั้นอย่างเดียว แต่ที่เห็นด้วยก็มี อยากให้แจกก็มี อะไรก็มี ตนคิดว่าเป็นการสะท้อนความคิดเห็น และเราก็ได้มีการแถลงไปเรียบร้อยแล้ว เรื่องก็อยู่ในมือของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว
#จีดีพี #แจกเงินดิจิทัล #ดิจิทัลวอลเล็ท #เศรษฐกิจแย่ #จีดีพีต่ำ #วิกฤตเศรษฐกิจ #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

