ชาวนาเฮ รัฐบาลนัดจ่ายเงิน ประกันรายได้-ไร่ละพัน งวดแรก 22 พ.ย.
ชาวนาเฮ! ครม. ไฟเขียว อัด 8.1 หมื่นล้าน ช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวชุดใหญ่ ทั้งประกันรายได้ข้าวปี 4 และไร่ละพัน 20ไร่
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เผยว่า ที่ประชุม ครม. ให้ความเห็นชอบแพ็คเกจดูแลชาวนา 3 ส่วน วงเงิน 8.1 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย ส่วนแรกเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้ประมาณ 18,700 ล้านบาท ส่วนที่สอง มาตรการคู่ขนานดูแลราคาข้าว ในช่วงที่ข้าวมีผลผลิตออกมาจำนวนมาก เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ชาวนา โรงสี และผู้ส่งออก รวมวงเงินรวม 7,500 ล้านบาท และส่วนสุดท้ายโครงการช่วยเหลือค่าบริหารจัดการ ไร่ละ 1,000 ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน วงเงิน 55,000 ล้านบาท รวมแล้ว 81,200 กว่าล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าจะจ่ายได้หลังจากที่ บอร์ด ธ.ก.ส. มีมติเพราะต้องโอนเงินเข้าตรงบัญชีชาวนาคาดว่าจะเป็นประมาณปลายเดือน พ.ย.จะจ่ายเงินส่วนต่างได้ รวมทั้งไร่ละ 1,000 บาท ด้วย โดยมีทั้งสิ้น 33 งวด
“เกษตรกรที่คอยอยู่ขอให้สบายใจได้ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแล้วทุกข้อ ส่วนประกันรายได้ปาล์ม ยางพารา มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตนได้ลงนามเสนอข้อ ครม.แล้ว รอขั้นตอนกระบวนการที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาเท่านั้น”
นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับทั้งปาล์ม ข้าวโพดและมันสำปะหลัง ตอนนี้เกือบจะต้องไม่จ่ายเงินส่วนต่างแล้วเพราะราคาดีกว่ารายได้ที่ประกันเยอะ เช่น ปาล์มประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท/กก. ตอนนี้ราคาประมาณ 7 บาท/กก. โดยเฉลี่ย ส่วนมันสำปะหลังประกันที่ 2.50 บาท/กก. ตอนนี้ 3 บาทกว่าต่อกิโลกรัมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 8.50 บาท ตอนนี้ 11-12 บาท/กก. ซึ่งราคานี้เป็นราคาที่ดีมาเป็นปีแล้ว ถ้าเสนอเข้า ครม.พิจารณาแค่เห็นชอบในหลักการ ส่วนเม็ดเงินอาจจะไว้ใช้ยามที่เกิดอุบัติเหตุราคาตกจริง อย่างน้อยก็มีประกันรายได้ช่วย
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในแต่ละปีราคาข้าวเปลือกจะไม่เท่ากัน อย่างปีที่แล้วเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด ประเทศไทยส่งออกข้าวไม่ได้ ราคาข้าวในตลาดจึงต่ำกว่าราคาประกัน ทำให้รัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรไป 86,000 ล้านบาท แต่หลังจากสถานการณ์โควิดฯคลี่คลาย หลายประเทศทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหาร จึงมีการสั่งซื้อข้าวจากประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปีนี้กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายส่งออกข้าวไว้ที่ 7.5 ล้านตัน จึงคาดว่าจะจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวน้อยกว่าปีที่แล้ว
ทั้งนี้ หลังจากที่ประชุม ครม.เห็นชอบในหลักการแล้ว จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินการภายในสัปดาห์หน้า โดยจะเริ่มจ่ายเงินให้กับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวข้าวก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2565 เป็นกลุ่มแรกก่อน จากนั้นก็นำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พิจารณาอนุมัติ คาดว่าเกษตรกรกลุ่มแรกจะได้รับเงินประกันรายได้โอนเข้าบัญชีในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565
สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้จะมีรายละเอียดดังนี้
1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม่เกิน 15% ราคาประกันรายได้อยู่ที่ 15,000 บาท/ตัน ชดเชยให้ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน
2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ความชื้นไม่เกิน 15% ราคาประกันรายได้ 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน
3.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ความชื้นไม่เกิน 15% ราคาประกันรายได้ 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน
4.ข้าวเปลือกเจ้า ความชื้นไม่เกิน 15% ราคาประกันรายได้ 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน
5.ข้าวเปลือกเหนียว ความชื้นไม่เกิน 15% ราคาประกันรายได้ 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

