5 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ครม.ไฟเขียว ยกเว้นภาษีนำเข้า คาร์ ซีท เหลือ 0% ถึงสิ้นปี 66

ครม.ไฟเขียว ยกเว้นภาษีนำเข้า คาร์ ซีท เหลือ 0% ถึงสิ้นปี 66

SHARE THIS

ครม. ไฟเขียวยกเว้นภาษีนำเข้า คาร์ ซีท จาก 20% เหลือ 0% ถึงสิ้นปี 66 ช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน หลังกฎหมายต่อบังคับใช้ 4 ก.ย.นี้   

ตามที่ ค.ร.ม.เห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 โดยกำหนดให้ผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องจัดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 4 กันยายน 2565

ล่าสุด นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เผยว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2565 ครม.ได้เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่….) โดยยกเว้นเก็บอากรเฉพาะสำหรับที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car seat) จากเดิม 20% ลดเหลือ 0% มีผลตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึง 31 ธันวาคม 2566 เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และเป็นการส่งเสริมความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของประชาชน

ทั้งนี้ กรมศุลกากร ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ปัจจุบันตลาดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ และมีผู้ประกอบการไทยที่ผลิตที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กจำนวนน้อยราย จึงประสานกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พบว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอในการเป็นผู้ผลิตที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก แต่ที่ผ่านมาปริมาณความต้องการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กในประเทศมีจำนวนไม่มากพอที่จะทำให้เกิดลงทุนในการผลิตสินค้า

แต่หลังจากมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 แล้ว คาดว่าจะมีปริมาณความต้องการใช้ในประเทศสูงขึ้น และมีผู้ประกอบการหลายรายให้ความสนใจ ในการลงทุนเพื่อผลิตที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงเห็นควรลดอัตราอากรขาเข้า สำหรับที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car Seat) เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อสนับสนุนการลดราคาให้กับผู้บริโภค และให้ผู้ประกอบการภายในประเทศสามารถประเมินศักยภาพในการผลิตและความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ หลังจากครบกำหนดระยะการลดอัตราอากรขอให้มีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการในประเทศเพื่อประเมินศักยภาพในการผลิตต่อไป


SHARE THIS