1 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » คปภ.คุม บ.ประกัน ต้องจ่ายเคลมค่ารักษา-ชดเชย ผู้ป่วยในทุกกรณี

คปภ.คุม บ.ประกัน ต้องจ่ายเคลมค่ารักษา-ชดเชย ผู้ป่วยในทุกกรณี

SHARE THIS

 

คปภ. ออกเกณฑ์ คุมบริษัทประกัน ต้องจ่ายเคลมค่ารักษา ชดเชย ผู้ป่วยในที่รักษาตัว ที่โรงพยาบาล สถานพยาบาล Hospitel โรงพยาบาลสนาม ทุกกรณี ส่วนผู้ป่วยโฮม ไอโซเลชัน ยังไม่ได้ข้อสรุป

 

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เผยว่า  คปภ.ได้ออกแนวปฏิบัติให้บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย ยึดถือปฏิบัติ กรณีการจ่ายเคลมประกันโควิดค่ารักษาพยาบาล และ หรือค่าชดเชยรายวัน ตามความคุ้มครองตามสัญญาประกันสุขภาพ โควิด -19 กรณีมีการ แอดมิทเป็นผู้ป่วยใน ในโรงพยาบาล สถานพยาบาล Hospitel และโรงพยาบาล ให้มีผล วันที่ 1 มีนาคม 2565 ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้

 

  1. แนวปฏิบัตินี้ให้ใช้กับสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ซึ่งบริษัทออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ได้รับความคุ้มครอง และกรมธรรม์ประกันภัยยังมีผลใช้บังคับ

 

  1. กำหนดคำจำกัดความของ “กรมธรรม์ประกันภัย โควิด-19” ให้หมายถึง กรมธรรม์ประกันภัย ข้อตกลงคุ้มครองสัญญาเพิ่มเติม เอกสารแนบท้าย หรือบันทึกสลักหลัง ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและ/หรือค่าชดเชยรายวันหรือค่าชดเชยรายได้กรณีผู้เอาประกันภัยหรือผู้ได้รับความคุ้มครองที่เจ็บป่วยจากการติดเชื้อโควิด และได้เข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในสถานพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาล สถานพยาบาล Hospitel และโรงพยาบาลสนาม แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานที่ที่ใช้ในการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือ Community Isolation

 

 

ทั้งนี้ แนวปฏิบัตินี้กำหนดให้บริษัทต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลและ/หรือค่าชดเชยรายวันหรือค่าชดเชยรายได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ตามกรณี ดังต่อไปนี้

 

1.ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยCOVID-19 ที่เจ็บป่วยจากการติดเชื้อโควิด และเข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ในสถานพยาบาลตามเกณฑ์ในการนำส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลที่กำหนด ตามแนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการให้คำแนะนำผู้ป่วยและการจัดบริการผู้ป่วยโควิด-19 แบบ Home Isolation หรือแนวทางปฏิบัติอื่นเกี่ยวกับการรักษาหรือการจัดบริการผู้ป่วยโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำหนดเกณฑ์ในการนำส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล

  • เมื่อมีอาการไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส ระยะเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง
  • หายใจเร็วกว่า 25 ครั้ง ต่อนาทีในผู้ใหญ่
  • Oxygen Saturation < 94%
  • โรคประจำตัวที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตามดุลยพินิจของแพทย์
  • สำหรับในเด็ก หากมีอาการหายใจลำบาก ซึมลง ดื่มนมหรือทานอาหารน้อยลง

 

2. ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ที่เจ็บป่วยจากการติดเชื้อโควิด ซึ่งอาการหรือภาวะการป่วยไม่เป็นไปตาม ข้อ1. แต่แพทย์ผู้ทำการรักษามีดุลพินิจว่า มีความจำเป็นทางการแพทย์ต้องเข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในสถานพยาบาลและได้รับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในสถานพยาบาล

 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า  การกำหนดแนวปฏิบัติข้างต้นจะช่วยลดความสับสนและวางแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้บริษัทประกันภัยถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน ทำให้ช่วยลดข้อพิพาทและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัยที่เจ็บป่วยจากการติดเชื้อโควิดแล้วเข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาล สถานพยาบาล Hospitel และโรงพยาบาลสนาม แต่ไม่สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาล และ/หรือค่าชดเชยรายวันได้

 

ส่วนประเด็นแนวปฏิบัติใหม่ของกระทรวงสาธารณสุขที่เพิ่งกำหนดให้การดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่อยู่ในช่วงระยะเวลาแพร่เชื้อมีความจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ป่วยแยกจากคนอื่นในสถานพยาบาล ณ ที่พำนักของผู้ป่วย (Home Isolation (HI) , CI และ Hotel Isolation เป็นสถานพยาบาลอื่นที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลด้วยนั้น เบื้องต้นให้อนุโลมจ่ายในกรณีจำเป็น ซึ่ง คปภ. จะสรุปและเร่งออกแนวปฏิบัติเพื่อให้ภาคธุรกิจประกันภัยถือปฏิบัติต่อไป

 

 


SHARE THIS